โอ้แม่เจ้า....มันยังหลอกหลอนผมอยู่อีก
posted on 01 Oct 2011 16:51 by titinune in RealLifesผมไม่แน่ใจเขาชมหรือว่าผมกันแน่




โปรดสังเกตวันที่เอามาแปะโพส 9 ส.ค.2007 

มันคืออุทาหรณ์สำหรับอะไรดี
edit @ 1 Oct 2011 17:22:04 by titinune :X




โปรดสังเกตวันที่เอามาแปะโพส 9 ส.ค.2007 

มันคืออุทาหรณ์สำหรับอะไรดี
edit @ 1 Oct 2011 17:22:04 by titinune :X



edit @ 9 Jul 2011 11:01:31 by titinune :X
ต้องการ ขาย ทาว์นเฮ้าส์ 2ชั้น 2นอน 2น้ำ 1ครัวไทย หมู่บ้านบุลลาวัลย์1 ตรงข้ามมหาชัยเมืองทอง (ติด สาธารณสุข จังหวัดสมุทรสาคร) มหาชัย จังหวัด สมุทรสาคร 2,600,000 บาท (2.6 ล้าน) ติดต่อ 0809-725145 , 083-7707-661 ดูรูปที่ http://titinune.exteen.com และที่ facebook.com ของ who1214@hotmail.comedit @ 9 Jul 2011 12:02:45 by titinune :X
edit @ 9 Jul 2011 12:03:26 by titinune :X
edit @ 9 Jul 2011 12:03:42 by titinune :X
edit @ 9 Jul 2011 12:11:42 by titinune :X

โครงการเปตองชุมชน ประจำปี ๒๕๕๔
ระหว่างวันที่ ๒๕ พฤษภาคม – ๔ มิถุนายน ๒๕๕๔
ณ สนามกีฬาโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย
๑. หลักการและเหตุผล
เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดในเขตพื้นที่แพร่ระบาดสำคัญของเทศบาลนครสมุทรสาครให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมบรรลุความสำเร็จ รวมทั้งเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยที่ดี และมุ่งเน้นให้เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญในการออกกำลังกาย ตลอดจนได้เสริมสร้างความสามัคคีและมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย จึงได้จัดโครงการเปตองชุมชน ประจำปี ๒๕๕๔ เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายให้กับประชาชนและเยาวชนให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
๒. วัตถุประสงค์
๒.๑ เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
๒.๒ เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกในการออกกำลังกายแก่ประชาชน, ชุมชน
๒.๓ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความชำนาญกีฬาเปตอง พร้อมที่จะคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับจังหวัด
๒.๔ เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
๓. เป้าหมาย
เป้าหมายรวมของโครงการฯทั้งสิ้น จำนวน ๓๐๐ คน ประกอบด้วย
๓.๑ ประชาชนทั่วไปและเยาวชน ในเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร
โดยแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่ - เยาวชนคู่อายุไม่เกิน ๑๕ ปี
- ประชาชนทีมคู่ทั่วไป
- ประชาชนอาวุโส อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป
๓.๒ เจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขันและคณะกรรมการตัดสินจำนวน
โดยทั้งนี้ให้ถัวเฉลี่ยเป้าหมายได้ตามความเป็นจริง
๕. ระยะเวลาและสถานที่
๕.๑ รับสมัครระหว่างวันที่ ๒๓ พฤษภาคม – ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔
๕.๒ แถลงข่าว พิธีการเปิดการแข่งขันในวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ น.
๕.๓ เริ่มแข่งขันในวันเสาร์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย
๗. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๗.๑ ประชาชนการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
๗.๒ ส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกในการออกกำลังกายแก่ประชาชน, ชุมชน
๗.๓ เด็ก เยาวชนและประชาชนมีความชำนาญกีฬาเปตอง
๗.๔ เสริมสร้างความสามัคคีและมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย
๘. ผู้รับผิดชอบโครงการ
ติดต่อสอบถาม: กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครสมุทรสาคร
034-413691, 034-411208 ต่อ 110
กำหนดการโครงการเปตองชุมชน ประจำปี ๒๕๕๔
ระหว่างวันที่ ๒๕ พฤษภาคม – ๔ มิถุนายน ๒๕๕๔
แข่งขันในวันเสาร์ที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๔
ณ บริเวณสนามกีฬาโรงเรียนเทศบาลบ้านมหาชัย
๒๓ พฤษภาคม- ๒ มิถุนายน ๒๕๕๔
รับสมัครและส่งใบสมัครที่กองสวัสดิการสังคม
ปิดรับสมัครในวันที่๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ไม่เกินเวลา ๑๒.๐๐ น.
๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔
เวลา ๑๓.๐๐ น. - งานแถลงข่าวเปิดโครงการฯจัดการแข่งขัน
- รองนายกเทศมนตรี (นายภัคพล ทัศนนิพันธ์)
กล่าวรายงานความเป็นมาโครงการฯ
- นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร (นายกุลวัชร หงษ์คู)
กล่าวเปิดโครงการฯ
- มอบของที่ระลึกให้คณะกรรมการผู้ตัดสิน
- ถ่ายรูปที่ระลึกร่วมกัน
๔ มิถุนายน ๒๕๕๔
เวลา ๐๘.๐๐ น. - ลงทะเบียนรายงานตัวผู้เข้าร่วมการแข่งขัน
พร้อมรับเสื้อนักกีฬา ณ สนามกีฬา ร.ณ.เทศบาลบ้านมหาชัย
เวลา ๐๘.๓๐ น. - เริ่มการแข่งขันพร้อมกันทุกสนาม
(กรณีมาสายเกินกว่า 15 นาที ถือว่าสละสิทธิ์การแข่ง)
เวลา ๑๑.๓๐ น. - พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา ๑๗.๓๐ น. - นายกเทศมนตรีหรือตัวแทนมอบรางวัลผู้ชนะในการแข่งขัน
และกล่าวปิดการแข่งขัน
ติดต่อสอบถาม กองสวัสดิการสังคม เทศบาลนครสมุทรสาคร
๐๓๔-๔๑๓๖๙๑ , ๐๓๔-๔๑๑๒๐๘
edit @ 24 May 2011 16:26:08 by titinune :X
edit @ 24 May 2011 16:28:28 by titinune :X





edit @ 29 Mar 2011 09:57:54 by titinune :X
.png)
edit @ 29 Mar 2011 09:58:10 by titinune :X
edit @ 23 Dec 2010 16:20:54 by titinune :X
ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
ข่าวเมื่อ8 มิย. 2553 12:05 น.
ที่มา http://breakingnews.nationchannel.com/
read.php?newsid=452045&lang=T&cat=
นางสาวอังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
สำนักงานสมุทรสงคราม (สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาคร) เปิดเผยว่า
เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ถือได้ว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวสมุทรสาครมาช้านาน
โดยเฉพาะชาวประมง ก่อนจะออกเรือหาปลาก็จะมาบนบานศาลกล่าว ซึ่งจะประสบผลสำเร็จทุกครั้งไป
จนเป็นที่นับถือไปทั่วทำให้เกิดงาน “ ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ”
ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกป ปีเพื่อให้ทุกบ้านทุกเรือนที่ขบวนเจ้าพ่อ ฯ แห่ผ่านไปมีแต่ความสุข
ความเจริญรุ่งเรือง นำมาแต่โชคลาภ
โดยในปีนี้งาน “ ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ประจำปี 2553 ”
กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 18-22 มิถุนายน 2553 ณ บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร
งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ จังหวัดสมุทรสาคร
องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร เทศบาลนครสมุทรสาคร ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม
คณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน
พ่อค้าและประชาชนในจังหวัดสมุทรสาคร
โดยการแห่เจ้าพ่อหลักเมือง ฯ ในปีนี้ ตรงกับวันที่ 19 มิถุนายน 2553
ด้วยริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่และสวยงามทั้งทางบกและทางน้ำ
ซึ่งนับว่าเป็นขบวนแห่ทางน้ำแห่งเดียวในประเทศไทย
โดยจะอัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมือง ฯ ลงจากศาลที่ประทับข้ามแม่น้ำท่าจีน
แห่ไปตามถนนสายต่าง ๆ ทั้งฝั่งท่าฉลอมและมหาชัย
ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้ร่วมกันสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
สำหรับวันเกิดของ เจ้าพ่อหลักเมือง ฯ ในปีนี้ตรงกับวันที่ 22 มิถุนายน
มีการผัดหมี่สิริมหามงคลน้ำหนักรวมกว่า 2 , 000 กิโลกรัม แจกฟรี
ให้กับผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงดนตรีจากนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง การเชิดสิงโต มหรสพต่างๆ ให้ชมฟรี
!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร"
« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2009, 02:23:17 PM »
ที่มา http://www.muangthai.com/board/index.php?topic=1293.0
จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เทศบาลนครสมุทรสาคร
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร
คณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อสมุทรสาคร ข้าราชการ ชาวประมง
สมาคม มูลนิธิ สภาอุตสาหกรรม สถาบันต่างๆ และพ่อค้าประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร
ร่วมกันจัด "งานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร" ในวันที่ 30 พฤษภาคม-3 มิถุนายน 2552
ณ ริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร

โดยในปีนี้จัดให้มีขบวนแห่ทางน้ำ ทางบก ยิ่งใหญ่ตระการตา
ชมขบวนแห่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ขบวนเชิดสิงโตอันยิ่งใหญ่ การแสดงและมหรสพต่างๆ
การประกวดอุปรากรจีน (การแสดงงิ้ว) มหรสพชมฟรีตลอดงาน
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ต.มหาชัย เป็นแผ่นไม้รูปแกะสลัก ขนาดสูงประมาณ 1 เมตร
เรียกว่าเทพเจ้าจอมเมือง เป็นเทวดาหัตถ์ขวายกประทานพร หัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์
มีกุมารน้อย 2 คน เป็นบริวารอยู่ด้านข้าง
มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า แผ่นไม้สลักนี้ลอยน้ำผ่านคลองมหาชัย
ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นสักการะสร้างเป็นศาลเล็กๆไว้ที่ป้อมวิเชียรโชฎก
เรียกศาลเทพเจ้าจอมเมืองตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ต่อมาสร้างอาคารทรงไทยใน พ.ศ. 2460 แต่อาคารนี้ถูกรื้อหลังการก่อสร้างศาลหลักเมือง
ใน พ.ศ. 2525 เชิญเจ้าพ่อหลักเมืองไปประดิษฐานบนด้านเหนือศาลหลักเมือง
แต่มีการประทับทรงเจ้าพ่อวิเชียรโชติ จึงสร้างอาคารใหม่ เป็นศิลปกรรมจีนสวยงามมาก
เป็นที่นับถือกราบไหว้ของชาวไทย ชาวจีน โดยเฉพาะชาวประมงมักขอพรบนบาน
ขอให้ทำกิจการปลอดภัยและร่ำรวย จะมีการแก้บนด้วยฝิ่นเสมอ โดยนำมาป้ายที่บริเวณปาก
ส่วนศาลหลักเมืองอยู่ถัดออกไป เป็นหลักเมืองที่สร้างขึ้นใหม่
ส่วนการบนบานขอพรนั้นโดยส่วนใหญ่จะเป็นชาวประมง
เพราะชาวสมุทรสาครส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพประมง
ดังนั้นชาวประมงจะมาขอพรก่อนจะนำเรือออก
นอกจากนี้ยังมีคนมาไหว้ขอพรในเรื่องการค้าขาย
ถือได้ว่าเจ้าพ่อหลักเมืองเป็นศูนย์รวมน้ำใจของชาวสมุทรสาครโดยแท้
สอบถามรายละเอียดได้ที่ เทศบาลนครสมุทรสาคร โทร. 0 3441 1011, 0 3441 1208
#####################################
กำหนดการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ประจำปี 2553
18 – 22 มิถุนายน 2553
ที่มา
http://www.sakhoncity.go.th/plan.pdf
กำหนดการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ประจำปี 2553
18 – 22 มิถุนายน 2553
วันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2553 (วันเปิดงาน)
เวลา 08.00 น. - คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน
ผู้มีเกียรติพร้อมกัน ณ บริเวณพิธีหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฯ
เวลา 08.45 น. - นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานในพิธี
เดินทางถึงบริเวณพิธี ประธานในพิธีสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฯ
- ประธานคณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร กล่าวรายงาน
เวลา 09.00 น. - ประธานในพิธี ประกอบพิธีเปิดงาน
- ประธานในพิธีและผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรสาคร อัญเชิญ
พระพุทธรูป กระถางธูปเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ประดิษฐานบริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อ
หลักเมืองฯ
- นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร
- นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาครและคณะผู้บริหาร
- ผู้มีเกียรติและประชาชนทุกท่าน
- ผู้จัดการปกครองศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้า
พ่อหลักเมืองฯ และคณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ร่วมประกอบพิธี
เปิดงาน
- มอบเงินสนับสนุนให้โรงพยาบาลสมุทรสาคร, โรงพยาบาลกระทุ่มแบน,
โรงพยาบาลบ้านแพ้ว
- มอบทุนการศึกษานักเรียนศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสมุทรสาคร
จำนวน 100,000 บาท
- มอบทุนการศึกษานักเรียนโรงเรียนละ 10 ทุน ทุนละ 1,000 บาท รวม 151
โรงเรียน
เวลา 18.00 น. - การแสดงโชว์เชิดสิงโตและมังกรทอง (บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฯ)
เวลา 19.29 น. - ชมการจุดพลุดอกไม้ไฟและประทัดเฉลิมฉลองการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ
หลักเมืองฯ ประจำปี 2553
เวลา 19.30 น. - งิ้วประชัน 2 โรง
เวลา 21.00 น. - บันเทิงภาพยนตร์ ลิเกพนม พึ่งอำนาจ ดนตรีโรงเรียนวัดธรรมจริยาภิรมย์
+ ไผ่ พงศธร
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2553
เวลา 07.00 น. - ผู้ร่วมขบวนแห่ฯ พร้อมกันหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
เวลา 07.30 น. - เริ่มจัดขบวนลงเรือ
เวลา 09.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรสาคร
อัญเชิญองค์เจ้าพ่อประทับเกี้ยว พร้อมอัญเชิญประทับในเรือ เคลื่อนขบวนเรือ
ไปทางสะพานท่าจีน ถึงประมาณบ้านชัยนาวีเลี้ยวกลับเลียบฝั่งท่าฉลอม จนมา
เทียบท่าวัดแหลม ขบวนขึ้นที่ท่า ตั้งขบวน
เวลา 10.00 น. - เคลื่อนขบวนทางบกจากวัดแหลมไปตามถนนถวายจนถึงริมเขื่อนวัดช่องลม
พักรับประทานอาหาร ประมาณ 30 นาที
เวลา 12.00 น. - เริ่มจัดขบวนลงเรือ จนครบขบวนเรือเคลื่อนออกชิดด้านวัดช่องลมไปปากอ่าว
จนถึงหน้าวัดบางหญ้าแพรก เลี้ยวกลับชิดแม่น้ำด้านฝั่งวัดกำพร้า เคลื่อนผ่าน
วัดโกรกกรากจนถึงปากคลองมหาชัย ขบวนเรือเคลื่อนผ่านศาลเจ้าพ่อฯ ไปเทียบ
ท่าที่สะพานปลาสมุทรสาคร ส่วนเรือธงและเรือเกี้ยวเจ้าพ่อเลี้ยวขวาเข้าคลอง
มหาชัย
เวลา 13.00 น. - จัดขบวนทางฝั่งมหาชัย เริ่มเคลื่อนขบวนตั้งแต่สะพานปลาสมุทรสาคร
ไปตามถนนวัดป้อมฯ ผ่านหน้าวัดป้อมฯ เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าโรงเรียนวัดป้อมฯ
ถึงสามแยกเลี้ยวขวาเข้าถนนเอกชัยเคลื่อนผ่านสี่แยกสถานีตำรวจ
ชิดถนนด้านขวามือตลอด ตรงไปผ่านหน้าโรงพยาบาล เลี้ยวขวา
เข้าถนนนิคมรถไฟ ถึงสามแยกเลี้ยวขวาเข้าถนนนรสิงห์ผ่านวงเวียนน้ำพุ
โรงเรียนสมุทรสาครบูรณะ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเศรษฐกิจชิดซ้าย
ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเข้าถนนราษฎร์บรรจบ ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายผ่าน
หน้าไปรษณีย์ ถึงสี่แยกธนาคารกรุงไทยเลี้ยวขวาเข้าถนนซอยบ้านเช่า
เลี้ยวขวาเข้าถนนสรรเพชรข้ามทางรถไฟท้ายตลาด เลี้ยวขวาไปตลาดมหาชัย
ไปถึงศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เชิญองค์เจ้าพ่อหลักเมืองฯ พร้อมเกี้ยว
ตั้งหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฯ
วันอาทิตย์ที่ 20 มิถุนายน 2553
เวลา 07.00 น. - ปิดทองพระพุทธรูปและเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ตลอดวัน
เวลา 19.30 น. - งิ้วประชัน 2 โรง
เวลา 21.00 น. - บันเทิงภาพยนตร์ ลิเกพนม พึ่งอำนาจ วัฒนา อนันต์
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2553
เวลา 07.00 น. - ปิดทองพระพุทธรูปและเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ตลอดวัน
เวลา 19.30 น. - งิ้วประชัน 2 โรง
เวลา 21.00 น. - บันเทิงภาพยนตร์ ลิเกพนม พึ่งอำนาจ ดนตรีโรงเรียนเทศบาลวัดดอนไก่ดี
+ เอิร์น เดอะสตาร์
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2553
เวลา 07.00 น. - ปิดทองพระพุทธรูปและเจ้าพ่อหลักเมืองฯ
เวลา 09.00 น. - ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนพร้อมกัน ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
สมุทรสาคร
เวลา 10.00 น. - นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานพิธีไหว้วันเกิด
เจ้าพ่อหลักเมืองฯ
- พิธีการ โดยสมาคมตระกูลลิ้มจังหวัดสมุทรสาคร
- ผัดหมี่สิริมหามงคลวันเกิดเจ้าพ่อหลักเมืองฯ (ผัดหมี่โดยชมรมร้านอาหาร
จังหวัดสมุทรสาคร)
เวลา 11.30 น. - ประมูลสิ่งสิริมงคลของเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
เวลา 19.30 น. - งิ้วประชัน 2 โรง
เวลา 20.30 น. - คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฯ พร้อม ณ เวทีการแสดงดนตรี
- มอบประกาศเกียรติคุณให้ผู้สนับสนุนการจัดงานฯ
เวลา 21.00 น. - ประธานคณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฯ กล่าวขอบคุณผู้มาร่วมงาน
และขบวนแห่ พร้อมพบกันใหม่ปี 2554
- บันเทิงภาพยนตร์ ลิเกพนม พึ่งอำนาจ ดนตรีโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระศรีนครินทร์ + ตั๊กแตน ชลลดา
เวลา 23.30 น. - ผู้มีเกียรติทุกท่านพร้อม ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองฯ
เวลา 24.00 น. - ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครและผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสมุทรสาคร
อัญเชิญพระพุทธรูปประจำจังหวัดกลับประดิษฐาน ณ ศาลากลางจังหวัด
สมุทรสาคร
- อัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองฯ ประดิษฐานภายในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
- ปิดงาน
edit @ 10 Jun 2010 09:39:03 by titinune :X
edit @ 29 Mar 2011 09:58:51 by titinune :X

http://titinune.truelife.com/blogs
รูปของพ่อ
By titinune, 2010-06-09 17:10:07, 0 comments , แสดงไปแล้ว 9 ครั้ง
ผมจำไม่ได้แล้วว่ารูปใบนี้ผมถ่ายมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน จำได้ว่าน่าจะหลายปีแล้ว
ในงานวันต่อต้านยาเสพติด 24 มิถุนายน พ.ศ.2550 โดยประมาณ
หน่วยงานต่างๆในเขตจังหวัดสมุทรสาครต้องมารวมตัวกันจัดนิทรรศการ
ในแนวทางของการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด และไม่เว้นแม้แต่โรงเรียนต่างๆที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร
ก็จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากเด็กนักเรียนโรงเรียนนั้นๆ ที่ต้องโดนเกณฑ์มาร่วมงานตามระเบียบปฏิบัติ
ในงานจะมีนิทรรศการแสดงในส่วนของยาเสพติดเป็นหลัก
และหลายหน่วยงานจะจัดนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลอันเป็นที่เทิดทูนของคนทั้งแผ่นดิน
"พ่อ" อันเป็นที่รักยิ่งในแผ่นดิน
"พ่อ" ผู้เป็นบุคคลที่คนต่างชาติ ต่างภาษา ที่ไม่ใช่คนไทย คงไม่เข้าใจความยิ่งใหญ่ของ "พ่อ" พระองค์นี้
สิ่งอันใดที่มีรูปของ"พ่อ" มีความหมายต่อจิตใจของคนทุกหมู่เหล่า
รูปของพ่อเป็นที่เคารพ ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นแรงใจให้คนอีกหลายหมู่เหล่า
ไม่มีอะไรจะเหนือไปกว่า "พ่อ"พระองค์นี้ของคนไทย
การแสดงอื่นๆ นิทรรศการใดๆ ในงานได้จบสิ้นลง
กระดาษเพียงแผ่นเดียวที่มีรูปของพระองค์ท่าน
แม้เราเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า
กระดาษแผ่นนี้และอีกหลายแผ่นในประเทศนี้
คนชาวไทยเราคงไม่มีใคร กล้าทิ้ง กล้าทำลาย กล้าเหยียบย่ำ
เพราะในเมื่อกระดาษแผ่นนี้มีรูป "พ่อ" อันเป็นที่รักของเราทุกคน
edit @ 10 Jun 2010 08:51:49 by titinune :X
edit @ 10 Jun 2010 08:57:32 by titinune :X
edit @ 4 Aug 2010 13:29:18 by titinune :X
edit @ 4 Aug 2010 13:31:13 by titinune :X
edit @ 25 Sep 2010 15:43:55 by titinune :X
18 มีนา สุขาภิบาลท่าฉลอม
พร้อมผลักดัน 18 มีนาวันท้องถิ่นไทย
ที่มาhttp://paidoo.net105 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม
พร้อมผลักดัน 18 มีนาวันท้องถิ่นไทย
วันที่ 2553-08-03 00:00:00 โดย กรมประชาสัมพันธ์ - 42.1004486083984
นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยหลังประชุมเตรียมจัดงาน
105 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม พร้อมผลักดัน 18 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันท้องถิ่นไทย ”
เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ที่มาhttp://www.bangkok-today.com/node/4659
เมือง ประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์
เมื่อกล่าวถึงคำขวัญนี้คิดถึงเมืองใดไปไม่ได้เลยนอกจาก จังหวัดสมุทรสาคร
หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า มหาชัย
เป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำท่าจีน ห่างจากทะเลเพียง 2 กิโลเมตร
และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 36 กิโลเมตร เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีบันทึก
ไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เมื่อคราวพระเจ้าเสือเสด็จประพาสทางชลมารค
กำเนิดเป็นเรื่องราวของพันท้าย นรสิงห์ผู้จงรักภักดี
ท่องเที่ยวอาทิตย์นี้เราได้รับเกียรติจาก นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
มาเป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาเที่ยวแบบย้อนอดีตท่าฉลอม
งานนี้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประเดิมเล่าประวัติท่าจีนให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน
เทียบท่า...ท่าจีนจังหวัดนี้เดิมเรียกว่า ท่าจีน เพราะแต่เดิมเป็นตำบลใหญ่อยู่ติดอ่าวไทย
มีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนนำ สำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมาก
จึงเรียกติดปากกลายเป็นตำบล ท่าจีน
ต่อมาปี 2091 สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายเมือง
ด้วยมีพระราชประสงค์จะใช้เป็นที่ระดมพลสำหรับสู้รบกับพม่า
บ้านท่าจีน จึงยกฐานะเป็นเมือง สาครบุรี เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านป้องกันศัตรูที่จะมารุกรานทางทะเล
ตั้งแต่นั้นมาจน ถึงสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรี เป็นเมืองสมุทรสาคร
ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างสรรค์ความเจริญ ให้แก่ท้องถิ่น
โดยใช้รูปแบบการปกครองแบบสุขาภิบาล
และเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 ได้ทรงมีพระบรมราชโองการ
ให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมเป็นสุขาภิบาล เรียกว่า สุขาภิบาลท่าฉลอม
จังหวัดสมุทรสาคร จึงถือได้ว่าสุขาภิบาลท่าฉลอม
เป็นสุขาภิบาลแห่งแรกในหัวเมืองของประเทศไทย
เอกลักษณ์ท่าฉลอม เมืองท่าสำคัญในการสัญจรไปมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ท่าฉลอมยังได้ชื่อว่า เป็นตำบลที่มีการเติบโตสูงสุด
อีกทั้งยังรวมวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยไว้เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ความคับคั่งหนาแน่นของผู้คน ทำให้บรรยากาศริมฝั่งตลาดท่าฉลอมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน
ตลาดท่าฉลอมในสมัยนั้นจึงถือได้ว่า เป็นย่านการค้าที่มีทำเลอันอุดมไปด้วยอาชีพมากหลาย
ทั้ง การทำประมง ดองปลา ทำกะปิ และน้ำปลา
ที่นี่จึงมีทั้งตลาดน้ำในยามเช้า และตลาดสดบนบก
รวมถึงมีบ่อน ถั่วโป โรงฝิ่น โรงเหล้า โรงมโหรสพ และวิกลิเก อีกสารพัด
ครั้น ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 ซึ่งได้พระราชทานดำริในการกระจายอำนาจแก่ท้องถิ่นขึ้น
โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. 116 ขึ้น
ย้อนวิถีชีวิตชาวท่าจีน ยลวัฒนรรมหลากหลาย
จากการที่ทรงมอบหมายให้ไปศึกษาดูงานการปกครองในแถบประเทศพม่า
มลายู และยุโรป และได้เริ่มนำมาทดลองใช้เพื่อเป็นการศึกษาในกรุงเทพมหานคร
โดยสุขาภิบาลนี้จะทำหน้าที่ทำลายขยะมูลฝอย
จัดเก็บของเสียจากการขับถ่ายของประชาชนทั่วไป
จัดการห้ามมิให้ต่อไปภายหน้ามีการปลูกสร้างหรือซ่อมโรง
เรือนที่จะเป็นเหตุให้เกิดโรค หรือขนย้ายสิ่งของโสโครกและสิ่งรำคาญของมหาชนให้พ้นไปเสีย
ตำบลท่าฉลอม จึงถูกยกฐานะเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม
ซึ่งเป็นสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย วันที่ 18 มีนาคม 2448
ต้นแบบการปกครองสุขาภิบาลท่าฉลอม กลายเป็นต้นแบบการปกครองท้องถิ่นที่สำคัญ
ตามระบอบประชาธิปไตยของเมืองไทย
เมื่อมีการกระจายอำนาจการปกครองให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ความร่วมมือร่วมใจของชาวท่าฉลอมทำให้ท่าฉลอมเป็นเมืองที่มีความสมบูรณ์พรั่งพร้อม
ทั้งระบบสาธารณูปโภค วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ที่สืบทอดต่อกันมา
จนถึงวันนี้ วัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่นยังคงแสดงออกถึงพื้นเพแต่ดั้งเดิมของคนท่าฉลอม
ที่มีน้ำใจ รักสะอาด มีคุณธรรม ที่ยังคงเป็นภาพฉายให้ได้เห็นอยู่เสมอมา
ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 105 ปี ของ ท่าฉลอมก่อเกิดเป็นความภาคภูมิใจ
จาก สุขาภิบาลท่าฉลอมในอดีต ได้ถูกยกฐานะเป็น เทศบาลนครสมุทรสาคร
ทว่า ไม่อาจลบความทรงจำและชื่อของ ท่าฉลอม ให้เลือนหายไปได้
ณ วันนี้ ท่าฉลอม กลายเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ที่คราคร่ำไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ
สร้างรายได้แก่ประเทศไทยปีละหลายแสนล้านบาท
ตลอดจนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเลือกซื้อสินค้ามากกว่า 3 แสนคนต่อปี
ท่าฉลอมพร้อมใจโอกาสเวียนมาบรรจบครบรอบ 105 ปี สุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย
ชาวท่าฉลอมจึงพร้อมใจเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติใน
งานครบรอบ 105 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม วันที่ 17-19 มี.ค.53
บริเวณลานพระบมรูป ร.5 ถนนถวาย ตลอดถึงลานหน้าวัดสุทธิตาวราราม ท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร
สำหรับกิจกรรมฉลองครบรอบ 105 ปี ท่าฉลอม
สุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย
เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุ สามเณร จำนวน 100 รูป
บริเวณถนนถวาย
ตลอดเส้นทางในช่วงเช้า พิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์
พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงกลางวัน
ไฮไลท์วันที่ 18 มี.ค.53 ผู้ที่มาร่วมงาน จะได้รับสูติบัตรสุขาภิบาลเป็นที่ระลึก
ภายในงานท่านสามารถเลือก ชม ชิม ช้อป อาหารทะเลสดๆ ขึ้นชื่อของชาวท่าฉลอม
รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำคัญอีกหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นวัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
พระโพธิสัตว์กวนอิม ศาลเจ้าแม่บ๋วยเนี้ย ป้อมวิเชียรโชฎก
อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์ ปล่องเหลี่ยม เป็นต้น
| 18 มีนา สุขาภิบาลท่าฉลอม | |||
|
|||
|
อันนี้ข่าวเก่าๆ
สกู๊ป : “103 ปี กำเนิดสุขาภิบาลท่าฉลอม”
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2551 11:22:51 น.
.expanded { width: 620px; z-index: 9999 }
“103 ปี กำเนิดสุขาภิบาลท่าฉลอม”
ปฐมบทแห่งการปกครองท้องถิ่นไทย
“พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำรัสในวันประชุมเสนาบดีภายหลังเสด็จฯ ประพาสเมืองนครเขื่อนขันธ์ ว่าโสโครกเหมือนกับตลาดท่าจีน (ท่าฉลอม) นี่คือจุดพัฒนาจนก่อกำเนิดสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย” ท่าฉลอม เดิมเป็นตำบลหนึ่งอยู่ในการปกครองของอำเภอเมืองสมุทรสาคร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนตรงข้ามกับตำบลมหาชัย ซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดสมุทรสาคร ในอดีตการคมนาคมระหว่างตำบลท่าฉลอมกับตำบลมหาชัยมีอยู่ทางเดียว คือต้องนั่งเรือข้ามแม่น้ำท่าจีนซึ่งมีท่าเรืออยู่หน้าเมือง จึงเป็นที่มาของเพลง “ท่าฉลอม” ที่ครูเพลงชาลี อินทรวิจิตร แต่งให้ ชนินทร์ นันทนาคร ร้องจนโด่งดังเป็นเพลงอมตะที่ชาวสมุทรสาครและคนทั่วไปร้องกันได้รู้จักกันดี แต่ปัจจุบันถนนและสะพานตัดข้ามแม่น้ำท่าจีนเชื่อมต่อถนนพระราม 2 ถึงท่าฉลอม จึงทำให้การคมนาคมมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สุขาภิบาลท่าฉลอม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มีพระบรมราชโองการประกาศจัดตั้งสุขาภิบาลตลาดท่าฉลอม พร้อมกับพระราชทานชื่อถนนว่า “ถนนถวาย” ซึ่งประชาชนชาวตำบลท่าฉลอมได้ร่วมกันสละที่ดินและเงินสร้างไว้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2448 จนถึงวันนี้ก็นับเป็นเวลาได้ 103 ปีแล้ว ย้อนอดีตไปในปี พ.ศ.2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริที่จะกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. (รัตนโกสินทร์ศกที่) 116 ขึ้น ภายหลังที่ทรงส่งคนไปศึกษาดูงานการปกครองในแถบประเทศยุโรป และได้เริ่มทำการทดลองศึกษาขึ้นในกรุงเทพมหานคร สุขาภิบาลนี้ในชั้นต้นให้มีหน้าที่ ทำลายขยะมูลฝอย การจัดเก็บที่ถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะของประชาชนคนทั่วไป จัดการห้ามต่อไปภายหน้าอย่าได้ปลูกสร้างหรือซ่อมโรงเรือนที่จะเป็นเหตุให้ เกิดโรค ขนย้ายสิ่งโสโครกและสิ่งรำคาญของมหาชนไปให้พ้นเสีย การบริหารงานของสุขาภิบาลกรุงเทพฯ นี้ ดำเนินการโดยข้าราชการทั้งหมด โดยมีเสนาบดีกระทรวงนครบาลเป็นผู้กำหนด เมื่อพิจารณารูปแบบการปกครองแล้วจึงไม่อาจกล่าวได้ว่า สุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ.116 เป็นการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากประชาชนมิได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด เป็นการดำเนินการโดยข้าราชการและใช้จ่ายงบประมาณจากส่วนกลาง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จประพาสเมืองนครเขื่อนขันธ์ (เมืองพระประแดง สมุทรปราการ) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ร.ศ.124 ทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพตลาดเมืองนครเขื่อนขันธ์สกปรกมาก และทรงมีพระราชดำรัสในที่ประชุมเสนาบดีว่า “โสโครกเหมือนกับตลาดท่าจีน” (ตลาดท่าฉลอม) จึงเป็นเหตุให้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ร้อนพระทัยมากทรงคิดหาวิธีร่วมกับ พระยาพิไชยสุนทร ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรสาคร ทางพระยาพิไชยสุนทรจึงได้เชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพ่อค้าชาวจีนในตลาดท่าฉลอมมาประชุมเพื่อร่วมกันพิจารณาหาทางปรับปรุง แก้ไข ซึ่งได้ข้อสรุปว่าประชาชนและพ่อค้าชาวจีน ยินดีที่จะออกเงินซื้ออิฐปูถนน แต่ขอให้ทางผู้ว่าราชการเมืองเป็นผู้ทำถนน โดยใช้แรงงานนักโทษทำการปรับพื้นดินและเก็บกวาดขยะมูลฝอยขนไปเททิ้งเป็น ครั้งคราว โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสด็จออกตรวจดูการดำเนินงานก่อสร้างถนนในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ร.ศ.124 ถนนสายนี้ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้เรี่ยไรกันเป็นจำนวนเงิน 5,472 บาท เป็นถนนปูอิฐกว้าง 2 วา ยาว 11 เส้น 14 วา และทรงมีพระดำริว่า ถนนสายนี้เป็นของราษฎรได้ลงทุนเสียสละเงินเป็นจำนวนมาก หากไม่มีแผนรองรับการซ่อมแซมไว้ให้ดีแล้วอาจชำรุดเสียหาย ทรงเห็นเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ภาษีโรงร้านให้เป็นภาษีสำหรับสุขาภิบาล จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานเงินภาษีโรงร้านตลาดท่าฉลอมมาใช้ทำนุบำรุงท้อง ถิ่นในกิจการ 3 ประเภท คือ ซ่อมแซมถนน จุดโคมไฟให้มีแสงสว่างในเวลาค่ำคืน และจัดจ้างคนงานสำหรับกวาดขยะมูลฝอย ข้อเสนอในการใช้ภาษีโรงร้านนี้ ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2448 จึงนับได้ว่าเป็นวันกำเนิดสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีคณะกรรมบริหารชุดแรกประกอบด้วย 1.หลวงพัฒนาการภักดี กำนันตำบลท่าฉลอม 2.ขุนพิจารณ์นรกิจ 3.ขุนพินิจนรภาร 4.จีนพัก 5.จีนศุข 6.จีนเน่า 7.จีนอู๊ด และ 8.จีนโป๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองสมุทรสาครโดยทางรถไฟเพื่อทรงเปิด “ถนนถวาย” ที่ประชาชนชาวตำบลท่าฉลอมมีความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันเสียสละเพื่อพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ต่อมาจึงได้ถือเอาวันที่ 18 มีนาคม เป็นวันกำเนิดสุขาภิบาลแห่งแรกของไทย เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 5 พร้อมรำลึกถึงบุญคุณบรรพบุรุษที่ได้ทำคุณประโยชน์แก่ตำบลท่าฉลอม ทางเทศบาลนครสมุทรสาครจึงได้ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร จัดงาน “วันสุขาภิบาลท่าฉลอม เฉลิมฉลองครบรอบ 103 ปี” ขึ้น เป็นครั้งที่ 20 ในวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2551 โดยในช่วงเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่สามเณร จำนวน 100 รูป และร่วมกันทำความสะอาดถนน พร้อมทั้งมีพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ณ บริเวณวัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) รวมทั้งมีหน่วยบริการเคลื่อนที่คอยให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น การตัดผม การซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า การตรวจสุขภาพฟรี ให้แก่ประชาชนคนตำบลท่าฉลอม โดยการจัดงานในครั้งนี้นั้น จะงดงานรื่นเริงและมหรสพสมโภชต่างๆ เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครได้ร่วมไว้อาลัย 100 วัน แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทั้งนี้เทศบาลนครสมุทรสาครจะเน้นการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติและ พระราชกรณียกิจที่สำคัญของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร ให้ร่มเย็นเป็นสุข ทรงโปรดการเสด็จประพาสต้น เพื่อให้ได้ทรงทราบถึงความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎร ทรงสนพระทัยในวิชาความรู้ และวิทยาการแขนงต่างๆ อย่างกว้างขวาง และนำมาปรับใช้บริหารประเทศให้เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว พระองค์จึงได้รับถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระปิยมหาราช จวบจนกระทั่งปัจจุบัน รวมทั้งยังมีนิทรรศการพระประวัติ พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ และพระเกียรติคุณของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ให้ผู้มาร่วมงานได้ชมกันอีกด้วย ถึงแม้ว่าตำบลท่าฉลอมในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปมากไม่เหมือนกับท่าฉลอมใน อดีต เมื่อ 100 กว่าปีก่อน แต่ “ท่าฉลอม” ก็ยังได้ชื่อว่าเป็น “สุขาภิบาลแห่งแรก ปฐมบทแห่งการปกครองท้องถิ่นไทย”
|
edit @ 15 Mar 2010 14:01:22 by titinune :X
edit @ 15 Mar 2010 14:24:48 by titinune :X