น้องที่ทำงานถูกหวย..ไม่รู้ว่าใต้ดินหรือบนดินไม่ได้ถาม

แต่ประเด็นน้องมันเลยจะซื้อพิซซ่าเลี้ยงทั้งออฟฟิค...

 

"ลูกเพ่...กินหน้าอะไรว่ะ"

ผมเลยสั่งเล่นๆแบบไม่จริงจัง

"พิซซ่าหน้า Coconuts and Sugar"

 

15 นาทีผ่านไป....

 

เด็กคนที่ไปซื้อมันโทรกลับมาบอกจากร้าน

( ถ้าใช้บัตรลดช่วงนี้ซื้อ 1 แถม1 แต่ไม่ส่งให้ต้องไปรับเอง )

 

" เพ่....เด็กที่ร้านบอกไม่มีหน้านี้นี้หว่า....." อุอุ

"ไม่มีได้ไงว่ะ.....กูกินประจำ...มึงไปซื้อของเจ้าไหนว่ะ"  ทำเสียงเข้มๆไว้

"พิซซ่า_ฮัท ไงเพ่........."

"ไม่มีจริงหรือว่ะ.........มึงซื้อของคนในห้องมาก่อนเลย"

"เดี๋ยวกูซื้อได้นะ...มึงโดน" ทำเสียงฉุนเฉียวไว้นิดๆ ประมาณไม่สบอารณ์โก๋

"..................................ครับเพ่" 

 

ผมก็เดินต้อกแต้กออกไปแถวหน้าสถานีรถไฟ"มหาชัย-วงเวียนใหญ่"

ชะแง้ชะเง้อเกือบเป็นยีราฟ

ฮั่นแน่............เจอร้านแล้วเปิดพอดี 

ซื้อ"พิซซ่า หน้า Coconuts and Sugar"มา2ชิ้น...

ใส่ถุงกระดาษอย่างหรู ยังๆ การเล่นสนุกมันเพิ่งเริ่มต้น .......

 

"เฮ้ย.....ไอเxี้ย .... เงียบๆไว้นะโว้ย พิซซ่ามายัง"

ผมกดเบอร์โทรหาน้องอีกคน

 

"เนี้ยกินหมดไปสองกล่องแล้วเพ่"

"เหลือให้พี่อีกกล่อง.รออยู่"่ไอ้น้องแนวร่วมพันธมิตรบอกกลับมา

 

"เอ็งแอบเอากล่องพิซซ่าอย่าให้ใครเห็น..."

"ลงมาให้กูข้างล่างนะโว้ยตรงที่จอดรถ ..."อุ อุ

 

5 นาทีต่อมา..... ณ ออฟฟิคผมเอง

 

" เนี้ยไอ้เxี้ย  ไหนว่าไม่มีไงว่ะ..พิซซ่า Coconuts and Sugar..."

แหกปากตะเบ็ง พร้อมโยนกล่องพิซซ่ากลางวง  อุอุ

ว ง แ ต ก  เงียบเป็นเป่า่สาก .......

"เxี้ย ...ไม่อยากเลี้ยงกูก็บอก .......ปัง" แสดงกริยาเกรี้ยวกราด

ปิดประตูเสียงดัง เดินปึงปัง ออกไป

 

"................" ในห้องเงียบสนิท  

"..อุ ..อุ .."ไอ้สองตัวลูกเพ่(ผมเอง) กับแนวร่วมพันธมิตร กลั้นหัวเราะกันอยู่

 

10นาทีผ่านไป.......

" ไอ้พี่เxี้ยยยยยยยย...................."

เสียงหัวเราะและเสียงด่าดังจากในห้อง 

" ไอ้ ..ไอ้คุณพี่...เxี้ยยยยยยยย......ถังแตกนี้หว่า"

 

มันเป็นอะไรแกล้งๆกันในที่ทำงาน นึกถึงคนเครียดโดนลูกพี่โวย

ประมาณใส่อารมณ์โกรธเต็มๆ

เปิดกล่องออกมา เปิดกระดาษไขแล้ว

อุแม่เจ้า.....ถังแตกสีเหลืองนวลๆ 2 ชิ้น นอนกอดกันในถาดพิซซ่า  5555

 

พิซซ่า Coconuts and Sugar = แปลไทยเป็นไทยจะได้

พิซซ่าหน้ามะพร้าว โรยน้ำตาลและงาดำ = ขนมถังแตก

ชิ้น10บาท คนสมัยนี้จะรู้จักไหมเนี้ย...อุอุ ตะแลม ตะแลม ตะแลม

titinune:x 

 

edit @ 4 Jul 2008 10:56:46 by titinune :X

edit @ 4 Jul 2008 10:58:24 by titinune :X

edit @ 4 Jul 2008 11:39:36 by titinune :X

edit @ 4 Jul 2008 12:58:20 by titinune :X

http://www.thaidphoto.com/forums/attachment.php?attachmentid=239827&stc=1&d=1207379526

 

ลอกเขามาอีกแง้วววววว............การเก็บหูฟัง 

        ช่วงนี้งานเยอะมากๆ ไม่รู้จะเอาอะไรมาลง

        ขออภัยทุกท่านต้องใช้ไม้ตาย "ลอก" อุอุ 

 เนื้อหา-ภาพประกอบจาก

http://www.muangthai.com/communities/viewtopic.php?f=21&t=516&start=0&st=0&sk=t&sd=a

 

จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เทศบาลนครสมุทรสาคร

สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร

คณะกรรมการบริหารศาลเจ้าพ่อสมุทรสาคร ข้าราชการ ชาวประมง

สมาคม มูลนิธิ สภาอุตสาหกรรม สถาบันต่างๆ

และพ่อค้าประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร

ร่วมกันจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร

โดยในปีนี้จัดให้มีขบวนแห่ทางน้ำ ทางบก

ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดในประเทศไทยในงานประเพณี

แห่เจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร

มหรสพชมฟรีตลอดงาน วันที่ 10-14 มิถุนายน 2551

ณ บริเวณริมเขื่อนฯจ.สมุทรสาคร 

 

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ต.มหาชัย เป็นแผ่นไม้รูปแกะสลัก

ขนาดสูงประมาณ 1 เมตร เรียกว่าเทพเจ้าจอมเมือง

เป็นเทวดาหัตถ์ขวายกประทานพร หัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์ มีกุมารน้อย 2 คน

เป็นบริวารอยู่ด้านข้าง มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า

แผ่นไม้สลักนี้ลอยน้ำผ่านคลองมหาชัย

ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นสักการะสร้างเป็นศาลเล็กๆ

ไว้ที่ป้อมวิเชียรโชฎกเรียกศาลเทพเจ้าจอมเมืองตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น 

  

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภาคกลางเขต 2 โทรศัพท์หมายเลข 0 3247 1005 – 6 หรือที่ E-mail : tatphet@tat.or.th



กิจกรรมในงาน

วันที่ 10 มิถุนายน 2551

09.00 น. - พิธีเปิดงาน

18.00 น. - ชมการแสดงสิงโต มังกรทอง ,ต่าย อรทัย

วันที่ 11 มิถุนายน 2551

(แนะนำให้จอดรถนอกเมืองแล้วเข้ามารถติดมากๆตั้งแต่11โมงเช้า)


07.00 น. - แห่เจ้าพ่อหลักเมืองฯ ทางเรือไปยังท่าฉลอม

13.00 น. - แห่เจ้าพ่อหลักเมืองฯ ทางเรือกลับมหาชัย

18.00 น. - ชมการแสดงสิงโต มังกรทอง, ตั๊กแตน ชลดา

วันที่ 12 มิถุนายน 2551

18.00 น. - ชมการแสดงโรงเรียนวัดตึก , สาวมาด เมกะแด๊นซ์

วันที่ 13 มิถุนายน 2551

18.00 น. - ชมการแสดงโรงเรียนวิเศษ , เปิดใจ สาวแต

วันที่ 14 มิถุนายน 2551

10.00 น. - พิธีไหว้วันเกิดเจ้าพ่อหลักเมืองฯ แจกหมี่สิริมหามงคล

18.00 น. - ชมการแสดงโรงเรียนวัดธรรม , เอิร์น เดอะสตาร์

 

 

edit @ 4 Jun 2008 15:33:14 by titinune :X

 

ประวัติศาลเจ้าพ่อหลักเมืองมหาชัย



ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาครหลังปัจจุบันสร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นอาคารเก๋งจีน ที่มีความสวยงามกว่าหลังเดิม พร้อมตกแต่งและภายในและนอกอาคารด้วยศิลปะแบบจีน



ประวัติความเป็นมาของเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร แรงบันดาลใจหรือ เจ้าพ่อวิเชียรโชติ แกะสลักด้วยไม้โพธิ์ มีลักษณะคล้ายองค์พระสยามเทวาธิราช อยู่ในท่าประทับยืนบนเกี้ยว ซึ่งแกะสลักลวดลายงดงามวิจิตร แล้วปิดทองคำเปลวบริสุทธิ์ทับไปอีกชั้นหนึ่ง มีความสูงประมาณ ๑ ศอกเศษ ประดิษฐานอยู่ในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร เป็นที่เคารพสักการะของชาวสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของประชาชน โดยเฉพาะชาวประมงและคนไทยเชื้อสายจีน จะมีความเชื่อถือศรัทธามาก



ก่อนออกเรือหาปลาทุกครั้งจะต้องมีการจุดประทัดเป็นการเซ่นไหว้สักการะทุกครั้ง กล่าวกันว่า ในสมัยนั้นมีการพบแผ่นไม้แกะสลักคล้ายเทวรักษ์ลอยน้ำมาขึ้นที่คลองลัดป้อม ใกล้กับป้อมวิเชียรโชฎก ไม่ไกลจากที่ตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาครในปัจจุบันมากนัก ชาวบ้านจึงอัญเชิญไปประดิษฐานไว้บนตลิ่ง



จากนั้นจึงสร้างเพิงหลังคามุงจากหลังเล็กๆ ให้ผู้คนที่ผ่านไปมาทั้งทางน้ำ และทางบก ได้สักการบูชา เมื่อมีผู้มาบูชาบนบานศาลกล่าว ปรากฏว่ามีหลายคนประสบความสำเร็จสมหวัง จนเป็นที่เลื่องลือของชาวบ้าน ต่อมาได้พร้อมใจกันสร้างศาลเจ้าขนาดใหญ่ขึ้น ตรงบริเวณกำแพงเมืองเก่า ซึ่งใช้เป็นป้อมปราการริมน้ำในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยป้อมแห่งนี้มี พระวิเชียรโชติ นายทหารใหญ่เจ้าเมืองสาครบุรีเป็นผู้ปกครอง และบังคับบัญชาป้อม

ต่อมาเมื่อท่านเจ้าเมืองเสียชีวิต ชาวบ้านเล่าว่าวิญญาณของท่านมาสถิต ณ ศาลตรงป้อมปราการแห่งนี้ด้วย


ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร มีชื่อเดิมที่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า "ศาลเทพเจ้าจอมเมือง" ตั้งอยู่บริเวณต้นศรีมาโพธิ์ ด้านหลังที่ว่าการอำเภอเมืองหลังเก่า ภายในบริเวณป้อมวิเชียรโชฎก ในปัจจุบันศาลเจ้าหลังดังกล่าวไม่ปรากฏร่องรอยเหลืออยู่เลย



การเริ่มสร้าง ศาลหลักเมืองสมุทรสาคร แทนศาลเดิมได้เกิดขึ้นประมาณ พ.ศ. ๒๔๖๐-๒๔๖๑ โดยพระยาสาครคณาถิรักษ์ เจ้าเมืองสมุทรสาคร หลวงอนุรักษ์นฤผดุง นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร และขุนสมุทรมณีรัตน์ กำนันตำบลท่าฉลอมได้ดำเนินการบอกบุญขอบริจาคจากชาวสมุทรสาคร ผู้มีจิตศรัทธา จนสามารถรวบรวมเงินทุนสร้างศาลขึ้นมาใหม่ ตามแบบที่ขอมาจากกรมศิลปกร



แต่การก่อสร้างศาลครั้งนั้นไม่สำเร็จสมบูรณ์ ยังขาดช่อฟ้า ใบระกา เนื่องจากเงินทุนที่ประชาชนบริจาคไม่เพียงพอ ดังนั้นอีกสองปีต่อมา ขุนสมุทรมณีรัตน์ ขุนเชิดมหาชัย และนายยงกุ่ย หทัยธรรม ทั้งสามท่านจึงร่วมกันออกเงินส่วนที่เหลือ จนสร้างศาลเสร็จเรียบร้อย



สำหรับการก่อสร้างครั้งนี้ นายจาด แนวสิงโต ช่างประจำวัดมหาธาตุ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับจ้างในวงเงิน ๑,๘๐๐ บาท โดยจัดทำช่อฟ้า ใบระกา สลักจั่ว ประดับกระจกปั้นที่ปลายเสา และสร้างทุ่นท่าน้ำ ตลอดจนถนนจากหน้าศาลถึงสะพานทุ่น ส่วนแท่นบูชาเจ้าพ่อหลักเมืองจัดสร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ โดยนายเทียม นางกิเน้ย เทียนผาสุก ชาวประมง ตำบลท่าฉลอมเป็นผู้ว่าจ้างช่างจีน ชื่อนายกวง แซ่โค้ว ให้เป็นผู้แกะสลักและประดิษฐานภายในศาล



เมื่อการก่อสร้างศาลเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทางราชการให้ขุนสมุทรมณีรัตน์เป็นประธาน ประกอบด้วยกรรมการจากฝ่ายราชการ พ่อค้า คหบดี ใน จ.สมุทรสาคร เป็นผู้ควบคุมดูแลกิจการของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ต่อมา ในพ.ศ. ๒๕๒๔ ผู้ว่าราชการจังหวัด สมัยนั้น ได้ให้มีการสร้างศาลหลักเมืองแห่งใหม่ขึ้นด้านหลังศาลหลักเมืองสมุทรสาครหลังเดิม และได้อัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองไปประดิษฐาน ณ ที่เดียวกัน โดยได้รื้อศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาครทิ้ง ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวสมุทรสาครในขณะนั้นเป็นอย่างมาก โดยเชื่อกันว่า เป็นการทำให้ชาวสมุทรสาครอยู่กันอย่างไม่มีความสุข การค้าขายไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร ชาวสมุทรสาครจึงลงความเห็นว่า ควรจะสร้างศาลใหม่ขึ้นในที่เดิม และได้อัญเชิญเจ้าพ่อหลักเมืองลงมาประดิษฐานยังศาลที่สร้างขึ้นใหม่แห่งนี้ ด้วยแรงร่วมใจของชาวจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งได้ช่วยกันบริจาคทรัพย์สินตามกำลังศรัทธาจนสร้างศาลหลังใหม่นี้สำเร็จลงด้วยดี
เรื่องและภาพ มานพ พฤฒิวโรดม

 

edit @ 4 Jun 2008 15:36:12 by titinune :X

 titinune:x วันนี้ไม่ค่อยจะว่าง เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอารูปเก่าๆมาลงครับผม...

edit @ 4 Jun 2008 15:41:40 by titinune :X

From""ดิ่ง.....ในภวังค์""

 

เมล์ดีๆจาก สมชาย  ยอดแก้ว ขอบคุณฮับ titinune:x

 

Read Alone.....

กรุณาอ่านคนเดียว

Especially the Poem

โดยเฉพาะกลอน


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
This is the poem:

นี่คือกลอนที่ว่า




Around the corner I have a friend,

ฉันมีเพื่อนที่อยู่ไม่ไกล



In this great city that has no end,

ในเมืองใหญ่ที่ไม่มีวันหลับไหล



Yet the days go by and weeks rush on,

และเวลา ก็ยังคงผ่านไป



And before I know it, a year is gone.

ฉันไม่เคยรู้ว่านานแค่ไหน



And I never see my old friends face,

แต่ฉันไม่เคยเจอเพื่อนเก่าคนนั้น



For life is a swift and terrible race,

เพราะชีวิตที่มีแต่การเปลี่ยนแปลงและแข่งขัน



he knows I like him just as well,

รู้แต่ว่าเขาคงสบายดีเช่นกัน


As in the days when I rang his bell.

จนวันหนึ่งอยากลองไปหาดูสักที



And he rang mine but we were younger then,

เพื่อนที่เราเคยมีความรู้สึกดีๆ



And now we are busy, tired men.

แต่ตอนนี้เรายุ่งและเหนื่อยล้า



Tired of playing a foolish game,

ต้องฟันผ่ากับเกมอันหลากหลาย



Tired of trying to make a name.

เหนื่อยหน่ายกับการสร้างชื่ อ



'Tomorrow' I say! 'I will call on Jim

พรุ่งนี้แล้วกันนะฉันจะโทรหา


Just to show that I'm thinking of him.'

ปลอบตัวเองว่าเรายังมีเพื่อนให้คิดถึงอยู่


But tomorrow comes and tomorrow goes,

แต่พรุ่งนี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป



And distance between us grows and grows.

ระยะทางระหว่างเรายิ่งไกล



Around the corner, yet miles away,

เพื่อนที่อยู่ใกล้กลับเหมือนอยู่ห่างร้อยไมล์


'Here's a telegram sir,' 'Jim died today.'

จนได้ข่าวว่าเพื่อนจากเราไป


And that's what we get and deserve in the end.

นี่คือ สิ่งที่เราสมควรได้หรืออย่างไร


Around the corner, a vanished friend.

ที่ตรงนั้นไม่ไกล แต่ว่าเพื่อนฉันไม่อยู่อีกต่อไป



Remember to always say what you mean.

จงพูดอย่างที่ใจคิด


If you love someone, tell them.

ถ้าคุณรักใครสักคนก็บอกเขาไป


Don't be afraid to express yourself.

อย่ากลัวที่จะเผยความรู้สึก



Reach out and tell someone what they mean to you.

เปิดใจ และบอกคนที่มีความหมายกับคุณ



Because when you decide that it is the right time it might be too late.

เพราะหากคุณรอจนถึงเวลาที่เหมาะสม วันนั้นอาจจะช้าไป


Seize the day. Never have regrets.

หาโอกาสในวันนี้ แล้วคุณจะไม่มีวันเสียใจทีหลัง



And most importantly, stay close to your friends and family,

for they have helped make you the person that you are today.

สิ่งที่สำคัญที่สุด จงอย่าละเลยเพื่อนและครอบครัว

เพราะพวกเขาทำให้คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นทุกวันนี้


You must send this on in 3 hours after reading the letter to 10 other people.

If you do this, you will receive unbelievably good luck in love.

The person that you are most attracted to wil l soon return to you.

If you do not, bad luck will rear its ugly head at you.

คุณต้องส่งอีเมลต่อให้เพื่อน
10 คน ภายใน
3 ชม.
หลังจากที่อ่านเมลนี้

ถ้าคุณทำตามนี้ คุณจะโชคดีในความรักอย่างไม่น่าเชื่อ


คนที่คุณกำลังมองเค้า เค้าจะหันมามองคุณในไม่ช้า

ถ้าคุณไม่ทำ คุณจะโชคร้าย



THIS IS NOT A JOKE!

นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น



You have read the warnings, seen the case s, and the consequences.

You MUST send this on or face dreadfully bad luck.

คุณได้อ่านคำเตือนและตัวอย่างของคนที่ส่งและไม่ส่งมาแล้ว

คุณต้องส่งต่อ ไม่งั้นจะต้องเผชิญกับโชคร้ายมาก



*NOTE*



the more people that you send this to, the better luck you
will have.


ยิ่งส่งมากก็ยิ่งโชคดีมาก

SMILE, even through your tears!!!!!

จงยิ้มเข้าไว้ แม้วันที่มีน้ำตา


Express yourself instantly with MSN Messenger! MSN Messenger

รับไปเลยชุดบริการพิเศษฟรีจาก Window Live services! วินโดว์ไลฟ์


--------------------------------------------------------------------------------

Be a better friend, newshound, and know-it-all with Yahoo! Mobile. Try it now.


--------------------------------------------------------------------------------














Fw:Husband of the year awards ... รางวัลสามีดีเด่นนานาชาติ อุอุ..

 

honourable mention for The United Kingdom



...followed closely by The United States of America

 

...and then...... Poland



but 3rd Place must go to .......... Greece



it was very very close but the runner up prize was awarded to............... Serbia



but the winner of the husband/partner of the year.....is

.......... Ireland ......Ya gotta love the Irish.



The Irish are true romantics. Look, he's even holding her hand!

 


Fw-mailที่สาวๆส่งมาให้ผม อุอุtitinune:x 











 

edit @ 3 Jun 2008 11:36:38 by titinune :X

edit @ 3 Jun 2008 11:44:56 by titinune :X

edit @ 3 Jun 2008 11:47:39 by titinune :X

ทำใจเด็กรัฐศาสตร์วาดได้แค่นี้แหละแถมเมาด้วย อุอุ

น้องเขาจะไปทำงานอะไรซักอย่าง วารสารโรงเรียนมั่ง

ขอแก้กคนเมา เอาก็เอาวะ ได้แค่นี้แหละ ลายเส้นห่วยๆ อุอุ

titinune :x  ปล.ใครเกรด4 วาดเขียนสวยๆ ช่วยไปยำให้ทีเหอะ 555

                              ไม่สงวนลิขสิทธิ์

 

 

 

 

edit @ 31 May 2008 11:55:57 by titinune :X

edit @ 31 May 2008 11:59:47 by titinune :X

Subject: FW: เรื่องเล่าจากในหลวงของเรา
Date: Fri, 9 May 2008 19:08:35 +0700

--------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------
From: kanjanee@forth.co.th
Subject: เรื่องเล่าจากในหลวงของเรา
Date: Mon, 5 May 2008 11:58:56 +0700


เรื่องเล่าจากในวัง - อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังไม่เบื่อ


ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง

เหตุการณ์เกิดทีจังหวัดตาก

เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ

และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด

และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด

แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า

'ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ'

แม่ค้าตอบว่า

'ที่สวรรคตแล้ว กิโลละ 40 บาท

และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ 80 บาทจ๊ะ'


เหตุการณ์นี้ ทำให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน


---------------------------------------


เช้าวันหนึ่ง เวลาประมาณ 7 โมงเช้า

นางสนองพระโอษฐ์ของฟ้าหญิงองค์เล็ก ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย

ขอพูดสายกับฟ้าหญิง

ทางนางสนองพระโอษฐ์ ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย

ก็มีเสียงตอบกลับมาว่า คนที่แบงค์

นางสนองพระโอฐก็ งง...งง ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า แบงค์ก็ยังไม่เปิดนี่หว่า

แต่พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า คนที่แบงค์น่ะ

ก็ที่แบงค์จริงๆนะ ไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์

แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ ............ ขนลุกเลย

ทรงตรัสกับในหลวงท่านอยู่นั่นเอง


------------------------------------


อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสาน

เมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง

ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูล

ที่คล่องแคล่วและใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน

เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้ จึงมีคำกราบทูลว่า

'ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่าบัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้า..'


มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน

ก็ทรงตรัสถามว่า เป็นนกอะไรและมีกี่ตัว. .

พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า มีทั้งหมดสามตัว พระมเหสีมันบินหนีไป

ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว ตัวหนึ่งที่ยังเล็ก ตรัสอ้อแอ้อยู่เลย

และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว'

เรื่องนี้ ดร .สุเมธเล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะ

ไม่ยกเว้นแม้ในหลวง

-------------------------------------

เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ 72 พรรษา มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น

เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาต

นำพระบรมฉายาลักษณ์ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ

ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า 'ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์ '



--------------------------------------


เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน

และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

ถวายรายงาน ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมี ข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่ง

กราบบังคมทูลรายงานว่า ' ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดช ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

กราบบังคมทูลรายงาน ฯลฯ '


เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล

อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า

' เออ ดี เราชื่อเดียวกัน...'

ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย

เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้


-----------------------------------


มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับ

นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุย

ทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้

ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า 'ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า'

ในหลวงทรงชะงัก ก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ กับอธิการบดีว่า

'เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก'


------------------------------------


เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร

อยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว

แต่ ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า

'ขอเดชะ ขอพระหนึ่งองค์'

ในหลวงทรงตรัสว่า

' ขอเดชะ พระหมดแล้ว '


------------------------------------



วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด

ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย

พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท

ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท

แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ของในหลวง แล้วก็พูดว่า

'ยายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง'

แล้วก็พูดว่า ยายอย่างโน้น ยายอย่างนี้ อีกตั้งมากมาย

แต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร

แต่พวกข้าราชบริพารก็มองหน้ากันใหญ่

กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัย หรือไม่

แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น

ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว เพราะพระองค์ทรงตรัสว่า

'เรียกว่ายายได้อย่างไร อายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก'


---------------------------------------


ครั้งหนึ่งหลายๆ ปีมาแล้ว

พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน

มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายการรักษา

คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์

ก็กราบบังคมทูลว่า

' เอ้อ - ทรง... อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ อ้า

ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ'


พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวล ตรัสว่า

'ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง' 

แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่า หมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ

ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่า เอ้า พูดภาษาอังกฤษกันเถอะ

เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป


------------------------------



เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่า มีเหตุขัดข้องบางประการ
ทำให้อ่านขาดตอน ก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
ปรากฏว่า ในหลวงท่านทรงจำได้ ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า
'เมื่อกี้นี้ (ชื่อ....) เค้ารับไปแล้ว'
และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ ไฟดับไปชั่วขณะ ...
ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

edit @ 2 Jun 2008 14:01:16 by titinune :X

"พรหมลิขิตขีดเขี่ยให้เหี้ยเดิน       เหี้ยก็เพลินเดินตามมาหาซาก"

"เหี้ยอิ่มหมีพลีมันแล้วพลันจาก     เหี้ยไม่เห็นแคร์ซาก แค่ชาติไท..."

 

titinune:x จริงๆใครไม่รู้พูดแกมาด่าผมเอาไว้

             "พรหมลิขิตขีดเขีี่ยนให้เหี้ยเดินเหี้ยก็เพลินเดินตาม...เหี้ย!!"

             ก็เลยมาแต่งต่อให้เข้าบรรยากาศการเมืองที่กำลัง ร้อนก็ร้อน 

             แล้งก็แล้ง ฝนก็ตก น้ำก็ท่วม พายุก็เข้า ดินก็ถล่ม ข้าวก็แพง

             เงาะก็ถูก ทุเรียนก็ไม่มีราคา มังคุดก็แทบแจกฟรี 

             น้ำตาลก็โคตรแพง .....

 

             เฮ้อออออออออ...............................................

             มาดูโฆษณาแล้วย้อนดูตัวเอง รัฐบาล ม็อบ พันธมิตร

             และฯลฯ ดีกว่า

http://play.kapook.com/vdo/show-47366

http://www.youtube.com/watch?v=1fqOxgEhCMY

 

 

 

edit @ 27 May 2008 15:31:27 by titinune :X

edit @ 27 May 2008 15:48:09 by titinune :X

edit @ 27 May 2008 15:53:47 by titinune :X

edit @ 27 May 2008 16:00:33 by titinune :X

who1214"Mystory" Begining

posted on 26 May 2008 12:30 by titinune  in MyStorys
who1214"Mystory"Beginning
เรื่องเด็กขี้ขโมย...อุอุ
วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 10, 2008
Bigin.ing....บทเริ่มต้น

แนะนำตัว จริงๆแล้วบล้อกที่ผมเปิดเป็นครั้งแรก แห่งแรก ควายตัวแรกๆ จะอยู่ที่ exteen.com แต่เนื่องจากความที่วุ่นวายมากไปหน่อย
ตัวตนผมเลยปรากฎที่นัน้มากไป จนคนรู้จักเข้ากันมา
ทำให้ไม่มีความรู้สึกอยากเขียนอะไรไว้ที่นั้น
บางเรื่องเล่าไปคนรู้จักของผม โจทย์บ้าง จำเลยบ้าง อ่านเดี๋ยวจะไม่ดีต่อสุขภาพชีวิตผมที่น้อยลง น้อยลงทุกวัน อุอุ

เลยตะเวณดูที่อื่นๆที่น่าจะใช้งานง่ายๆอย่างที่นี้แหละ
จริงๆบล้อกนี้ มันผ่านตามานานมากแล้ว
แต่ความขี้เกียจที่มันเกาะติดในหัวใจ
มันยังแน่นอยู่ เลยยังไม่รู้จะทำอะไรกับบล้อกนี้ดี

จนวันนี้วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2551 ครบพอดี 7วัน
หลังวันเกิดที่มีดอกป้อปปี้บานในหัวใจ พร้อมสาวๆที่มาอวยพร 2คน
แฟนคน กิ้กคน แต่
ตามปรกติ 7 วันต้องเอาขึ้นเมรุ ฉะนัน้เป็นวันดี วันเผาจริง

เรามา Begin Begins and Begined เลยละกัน
เดี๋ยวศพจะเน่าเสียก่อนเผา อุอุอุ

+++++++++++++++++++++++++++++++
วายเด็กของผม (วัยเด็กนะแหละแต่มันวายไปแล้ว)

ตอนเด็กผมจำหลายเรื่องไม่ค่อยจะได้แล้ว
โดยเฉพาะในส่วนที่เรียนในระดับมัธยมตอนต้น
มันเหมือนจำไม่ได้ หรือไม่อยากจำก็ไม่รู้เหมือนมันหายไปเฉยๆ
ที่จำได้ก็ไม่กี่เรื่อง เช่น
เรื่องการกินก๋วยเตี๋ยว การโดนฝ่ายปกครองลงโทษ
การต้องเกือบเซ็นใบลาออกตอนม.3 การจีบสาวๆ การถ่ายภาพ
ตรงนี้เขียนไว้กันลืมก่อนเดี๋ยวมาต่อเนื่องกันไป

ผมเรียนจบจากอนุบาลที่ดีที่สุดในจังหวัดที่ขึ้นต้นด้วยสมุดและลงท้ายด้วยท่อนไม้
555 เดาไม่ออกก็อย่าไปเดามันเลย แค่ปริมณฑลที่ไม่ใช่ปริมณฑลของกรุงเทพฯเท่านั้นเอง

ตอนเรียนตอนเด็กๆ ไม่ค่อยจะเรียนดีเท่าไหร่หรอก เกเร..เกตุม.ซะมากกว่า สงสัยมันฝังรากตั้งแต่เด็ก แต่ขอโทษเกรด 4 ซะสามในสี่นะขอบอก
เคยโดนบังคับสอบ ปรีฯ สมัยนั้นเค้าเรียกปรีประถมหรืออะไรแนวนี้ สมัยนี้ไม่แน่ใจยังมีอยู่หรือเปล่า คล้ายๆสอบวัดความรู้ก่อนเข้า ม.1

ด้านวิทยาศาสตร์ ไม่อยากคุย ที่ 3 ระดับจังหวัด ที่พันต้นๆระดับประเทศ ตอนนั้นทั้งจังหวัดมีเด็กสอบหลายพันเกือบหมื่นประมาณนั้น ทั้งประเทศก็หลายหมื่น

ด้านคณิตศาสตร์ ไม่อยากคุยอีกนั้นแหละ ทั้งจังหวัดขาดอีกไม่ถึงร้อยก็ที่โหล่ 555
ด้านอื่นๆธรรมดาไม่ดีไม่เด่น หรือจะบอกไม่ค่อยโง่ ไม่ค่อยฉลาด

แต่ที่จำได้ว่ามีเพื่อนไม่กี่คน ตอนเด็กก็ริเป็นโจรรุ่นเล็ก
ไม่รู้ความคิดโจรๆตอนนั้นมาจากไหน????
หรือเพราะเมื่อก่อนเป็นเด็กที่ "ไม่มี" ตั้งแต่เด็กก็ได้
ไม่มี คือผมเป็นแค่ลูกข้าราชการครู พี่น้องมีพี่สาวอีกคน อายุมากกว่าปีเดียว
ตอนนี้พี่สาวก็ 31 ปี ็ถ้าย้อนไปตอนนั้นอายุก็คงไม่เกิน 7-8 ขวบเอง

เมื่อตอนเด็กๆสมัยที่ผมและหลายคนเรียน มันจะเป็นโต๊ะไม้สีออกแดงๆถ้าใช้มานานมันจะออกดำๆเป็นปื้นๆ
โคตรของโครจะหนัก ถ้าวันไหนเป็นเวรต้องยกโต๊ะ จะเหนื่อยมากๆ
โต๊ะที่ว่าจะมีช่องเก็บของใต้โต๊ะ ผู้เฒ่าที่อ่านน่าจะจำได้กันดี
เพราะมันจะเป็นที่เก็บขนม สมุดเรียน การ์ตูน และทุกอย่างที่สามารถซุกได้

หลังเลิกเรียนผมและฝูงเพื่อนไม่เกิน 2-3 คนจะเริ่มยุทธการกองโจร
ตอนเด็กๆทั้งหลาย โดนรับกลับบ้านแล้ว ทายซิจะมีอะไรใต้โต๊ะ????

ของที่ลืมและตั้งใจเก็บไว้ ขนมที่วางไว้ เกมกดที่เล่นตอนครูสอน
ของเล่นที่ประกอบตอนเรียน การ์ตูนที่แอบอ่าน ปากกายางลบดินสอ
แม้แต่เงินค่าขนม

ผมไม่แน่ใจว่าเพื่อนหรือผมที่เป็นหัวหน้าโจร...
อุอุ อาจเป็นแค่อารมณ์สนุกสนานสมัยเด็กก็ได้

เคยโดนจับได้ไหม ......ไม่เด็ดขาด
เพราะถึงจับได้คาหนังคาเขาขณะก้มๆเงยๆตามโต๊ะ
เด็กๆนะอ้างมาเล่นซ่อนแอบก็จบ ของที่เอามา
บางทีเล่นๆไปเบื่อก็ให้เพื่อนเล่นกัน เล่นไปเล่นกันมา
จนไม่แน่ใจว่าของใคร บางทีเจ้าของมันยังมายืมเราเล่นเลย 555

แต่มาลองคิดๆดู ผมก็ไม่รู้สงสารใครดี
ระหว่างไอ้เด็กที่ถูกผมขมายถึงขโมยไป

ตอนเด็กๆผมจำได้ว่าตอนนั้นที่บ้านผมมีปัญหาเรื่องเงินหรือเรื่องเกี่ยวกับผม
มันเลือนลาง ในความเลือนลาง ผมจำได้แม่นว่า ผมกำลังเกาะที่บันได
มองเห็นแม่ผมกับใครคุยกัน คุยอะไรจำไม่ได้ จำได้ว่าแม่ผมร้องไห้
แต่ทำไม????
นั้นซิทำไม????

เขียนโดย who1214 ที่ 8:15 หลังเที่ยง 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: who1214 beginning
สมัครสมาชิก: บทความ (Atom)

edit @ 26 May 2008 13:32:27 by titinune :X

edit @ 27 May 2008 11:50:32 by titinune :X

ผมเขียนแหมะที่ิblogอื่นนานแล้ว เลยเก็บมาหมกไว้ที่เดียวกัน 

edit @ 3 Jun 2008 11:11:09 by titinune :X

Me myself ตัวของเรา...แบบเป็นการเป็นงาน,

 

ในสายงานราชการ การปรับเปลี่ยนตำแหน่ง การขอเลื่อนไหล ปรับระดับ

หรือพูดง่า่ยตามภาษาพนักงานนั่งโต๊ะว่า "เลื่อนขั้น"

จะมีปัจจัยอยู่หลายหลายอย่าง เช่น

 

1. วุฒิการศึกษา ตรงหรือไม่กับสายงาน อาทิ 

   จบปริญญาตรีทางรัฐศาสตร์  แต่ทะลึ่ึ่งไปเป็น  เจ้าหน้าที่ธุรการ2 (ซี2) 

   ประมาณเด็กพิมพ์งานตามออฟฟิศ วุฒิปวส.

   ซึ่งมันไม่เกื้อหนุนกัน ในการปรับเลื่อนเป็นระดับ 3 (ซี3)

 

 2. อายุการทำงานและระดับเงินเดือน

    ราชการจะให้เลื่อนไหลปรับระดับ=เลื่อนตำแหน่งได้ทุก 2 ปี

    ภายใน2 ปี  ถ้าว่างๆแล้วไปทะลึ่งเรียน มสธ.(มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช )

    หรือ ราชภัฐฯที่มีบรรดารอบพิเศษ (เสาร์ อาทิตย์ ค่ำๆ ดึกๆ ทั้งหลายนะแหละ)

    หรือ ฯลฯ ที่มันมีวุฒิที่เกี่ยวข้องกับงานด้านธุรการ บัญชี บริหารคอมฯ ฯลฯ

     เหตุที่ "ฯลฯ" เพราะมันจะเยอะมากๆ ถ้าอยากรู้ต้องไปดูที่ กพ. เอาเอง  

 

    ถึงเวลา จากเจ้าหน้าที่ธุรการ2 ก็ปรับระดับเป็น เจ้าหน้าที่ธุรการ3 

    ถ้าเรียนจบจะทันพอดีรอบ2ปี หรือเลยกว่านั้นก็ขอปรับระดับได้ ไม่มีปัญหา

    มันจะไปตัน ประมาณว่าสุดสายป่าน ตามข้างล่าง

 

    แล้วเงินเดือนละเกี่ยวอะไรด้วย

    การจะปรับระดับ เลื่อนไหล เงินเดือน ณ ปัจุบัน 

    ต้องแตะระดับเงินเดือนต่ำสุดของระดับ ที่เราจะขอปรับขึ้นไป

    เช่นปีที่ผ่านมาผมได้ปรับเงินเดือน 2ครั้ง ต่อปี(ที่เรียกว่าได้ขั้นนะแหละ)

    ได้ขั้น6เดือนแรก 0.5  และหลัง 0.5 รวม 1 ขั้น 

    เงินเดือนจากซี3ของผม มันไปแตะ เงินเดือนต่ำสุดของซี4 

    ผมสามารถปรับเป็น ซี4 

    อ๋อ อย่าลืมว่า ผมทำงานในตำแหน่งซี 3 มา2ปีแล้วด้วย

 

 

 

แต่เส้นทางที่ผมกล่าวอ้างแบบง่ายๆ บางคนใช้เวลาทั้งเกือบชีวิต

ยังไม่สามารถขึ้นไปอยู่ระดับหัวหน้าของสายงานเลย

( ตามชาร์ตข้างบน ก็เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป หรือนักบริหารงานระดับ6นะแหละ )

ทำไมนะเหรอ เอ้าดูนี้ก่อน

 

 

 และข้อ3 ประสบการณ์ในสายงาน

 สมมุติผมอยู่เจ้าพนักงานธุรการ 6

 แต่อยากขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป(สีเหลือง)

 แต่.....ในความเป็นจริง มีคนที่ดำรงตำแหน่งอยู่ 

 ถ้าเขาตาย..ลาออก..โดนย้าย หรือ ฯลฯ 

 ก็เสร็จผม โดยข้อแม้ว่าวุฒิการศึกษาตรงตามตำแหน่ง 

 อายุราชการได้นะ เงินเดือนถึงด้วย

 

แต่ในความจริงถ้ามันไม่มีตำแหน่งว่างให้ผมขึ้นละครับ..????

แล้วสายงานในที่ทำงานสายงานพัฒนาชุมชนมันว่างละ

(ในชาร์ตหัวหน้าฝ่ายเขียนผิด ตกเลข7ไปอีกตัว...ขออภัย)

 

ผมก็ทำเรื่องขอเปลี่ยนสายงาน....ไม่ได้หรอก!!!!

เพราะผมไม่มีประสบการณ์ในสายงานพัฒนา จะขอเปลี่ยนทันที ไม่ได้ๆ

ผมต้องไปช่วยปฎิบัติราชการในสายงานก่อน 1ปี 

เพื่อให้มีประสบการณ์ในสายงานก่อนจึงจะมาเป็นหัวหน้าชาวบ้านในสายงานได้ 

 

ปัจจุบัน ผมซี 3 มีลูกน้องซี 6ว 

(ไอ้ตัว ว ข้างหลังหมายความแปลง่ายๆว่า  ขอเปลี่ยนสายงานมา)

 มันก็เกิดเหตุทันที เด็กปกครองผู้ใหญ่ ผลก็คือการไม่ยอมรับกัน

 

งานในส่วนของผมเป็นงานเกี่ยวข้องกับประชาชน งานช่วยชาวบ้าน 

งานนโยบายภาครัฐเร่งด่วน งานยาเสพติด ฯลฯ

ไอ้ฯลฯนี่แหละที่ทำให้ผมไปไหนไม่ได้ ในคำสั่งของราชการ 

ทุกคนที่เป็นราชการต้องมีหน้าที่ และความรับผิดชอบ

ไอ้ตัวไปรยาลใหญ่(ฯลฯ) มันจะเป็นคำสั่งข้อสุดท้ายว่า

" ทั้งนี้ให้ปฏิบัติงานที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย "

แปลไทยเป็นไทย ว่า " กู-ลูกพี่สั่ง มึง-ลูกน้องทำไป "

ผลแม้แต่Exteen.com ผมยังไม่มีเวลาเลยเฮ้ออ.....

 

ปล.กว่าจะพิมพ์1หน้านี้ ดูเอาเองตั้งแต่เมื่อไหร่

 

 

 

 

edit @ 29 Apr 2008 09:44:13 by titinune :X

edit @ 2 May 2008 09:29:29 by titinune :X

edit @ 10 May 2008 10:38:56 by titinune :X

edit @ 10 May 2008 11:26:31 by titinune :X

edit @ 26 May 2008 12:07:26 by titinune :X

edit @ 26 May 2008 12:09:35 by titinune :X

edit @ 26 May 2008 12:12:18 by titinune :X