Fwd: FW: บอกต่อ..วิธีง่ายๆต่อสู้กับมะเร­็ง (ขออนุญาต ส่งต่อ เป็นวิทยาทานค่ะ) Options
There are currently too many topics in this group that display first. To make this topic appear first, remove this option from another topic.
There was an error processing your request. Please try again.

From: Zaf9704
Date: Tue, 19 Feb 2008 19:53:32 +0700
Local: Tues, Feb 19 2008 7:53 pm
Subject: Fwd: FW: บอกต่อ..วิธีง่ายๆต่อสู้กับมะเร็ง (ขออนุญาต ส่งต่อ เป็นวิทยาทานค่ะ)
 
Ampai

พ่อเลี้ยงวรรณฯ เจ้าของรวมเกษตรฟาร์ม มาบรรยายวิธีรักษามะเร็งเมื่อเดือนที่แล้ว
ผมเห็นว่ามีประโยชน์ จึงนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆฟัง ดังนี้


พ่อเลี้ยงวรรณฯ อายุ 60 ปี เป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายที่กระดูกสันหลัง
คุณหมอทั้งไทยและเยอรมัน ไม่รับรอง
ว่า จะรักษาหาย จึงไปทำการรักษาที่เกาหลีเหนือ เป็นเวลา 1 เดือน ก็หายจากโรค
กลับมาเมืองไทย
จึงตั้งเป็นมูลนิธิวรรณ รับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งฟรี! ปัจจุบันมีผู้รับการรักษา
100กว่าคน ณ อ.แม่สอด
Ampai

------------------------------

พ่อเลี้ยงวรรณฯ เจ้าของรวมเกษตรฟาร์ม มาบรรยายวิธีรักษามะเร็งเมื่อเดือนที่แล้ว
ผมเห็นว่ามีประโยชน์ จึงนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนๆฟัง ดังนี้

พ่อเลี้ยงวรรณฯ อายุ 60 ปี เป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายที่กระดูกสันหลัง
คุณหมอทั้งไทยและเยอรมัน ไม่รับรอง
ว่า จะรักษาหาย จึงไปทำการรักษาที่เกาหลีเหนือ เป็นเวลา 1 เดือน ก็หายจากโรค
กลับมาเมืองไทย
จึงตั้งเป็นมูลนิธิวรรณ รับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งฟรี! ปัจจุบันมีผู้รับการรักษา
100กว่าคน ณ อ.แม่สอด
ห่างจาก จว.ตาก 100 กม.

วิธีการรักษามะเร็ง แบบธรรมชาติง่ายๆ 4 ข้อ ดังนี้

1.จิตใจ ต้องสู้

2.อาหาร งดเว้นเนื้อสัตว์ (ปลารับประทานได้)
แล้วหันมารับประทานอาหารที่มะเร็งไม่รับ
ประทาน 15 ชนิด ได้แก่

2.1 ธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวกล้อง, ข้าวม้ง, ข้าวบาเล่ย์, ข้าวสาลี,
และลูกเดือย
นำมาหุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า

2.2 ผักผลไม้ 10 ชนิด ได้แก่ หอมหัวใหญ่, มันฝรั่ง, หรือมันเทศ,
กล้วยน้ำว้าสุก (8
ลูก/วัน), ฟักทอง, ข้าวโพดหวาน, ยอดแค, ถั่วพู (2 ชนิดนี้ห้ามขาด),
บลอคโคลี่
หรือกะหล่ำ ดอก, ถั่วหวาน และคะน้าฮ่องกง (ผักผลไม้ 5 ชนิดแรกใช้นึ่ง)
นำทั้ง 10
ชนิด หั่นเป็นชิ้นๆ นำมาเข้าเครื่องปั่นแบบไม่ต้องละเอียดมาก
เพื่อให้กระเพาะอาหาร
ทำหน้าที่ย่อย จากนั้นนำมารับประทานหนัก 1 กก./วันกับธัญพืช

3. อาบน้ำ ร้อนสลับเย็นหรือเย็นสลับร้อนอย่างละ 2 นาที รวมเวลา 10 นาที
1ครั้ง/วัน
เตรียมน้ำร้อน โดยใช้เครื่องทำน้ำร้อน เตรียมน้ำเย็นโดยหาถังน้ำใส่น้ำแข็ง
แล้วอาบร้อนจัด
และเย็นจัด เท่าที่ร่างกายทนได้ ภูมิต้านทานโรคทั้งสิ้น 2 จำพวก
จะถูกกระตุ้นขึ้นมาทำหน้าที่
อย่างแข็งขัน

4.การออกกำลังกาย เดินเร็วหรือวิ่งเหยาะๆ ประมาณ 45 นาที/วัน ง่ายไหมครับ
ถ้าเพื่อนสนใจ สามารถเขียนจดหมายติดต่อ ขอรับธัญพืช ปลอดสารพิษจากไร่ อ.แม่สอด
ได้ฟรี! ตาม
สถานที่ข้างล่างนี้

"มูลนิธิวรรณ"เลขที่ 3/681 ประชานิเวศน์ ถ.เทศบาลนิมิตเหนือ ลาดยาว จตุจักร
กทม.
- เบอร์โทรศัพท์มือถือ พ่อเลี้ยงวรรณ 086-7886222



*************************************

 

อาหารเช้า...ต้านโรค



*เรื่อง: วชิราวดี มาลากุล*



**



อาหารมื้อเช้า

ใช่ว่าจะเป็นเพียงอาหารมื้อแรกที่ให้พลังงานในการทำงานหรือทำกิจกรรมต่างๆ

ในแต่ละวันเท่านั้น แต่ยังอาจช่วยป้องกันการเกิดภาวะอ้วน โรคเบาหวาน

รวมทั้งโรคหัวใจได้อีกด้วย



นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Nottingham ในอังกฤษ

สังเกตว่าคุณผู้หญิงส่วนใหญ่ที่งดกินอาหารมื้อเช้านั้น

ปริมาณอาหารที่กินในแต่ละวันมักจะมากกว่าผู้หญิงที่กินอาหารเช้าเป็นประจำ

ซึ่งอาจทำให้น้ำหนักตัวของผู้ที่งดอาหารเช้าเพิ่มขึ้นจนเกิดภาวะอ้วนได้

รวมทั้งเคยมีงานวิจัยที่พบว่า ผู้ที่กินอาหารเช้าทุกวัน จะมีโอกาสเกิดภาวะอ้วน

และโรคเบาหวานน้อยกว่าผู้ที่งดอาหารเช้าถึง 35-50%

ซึ่งผลดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยล่าสุดที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสาร American

Journal of Clinical Nutrition ที่เผยว่า การงดกินอาหารเช้านั้น

นอกจากเสี่ยงต่อการเกิดภาวะอ้วนและโรคเบาหวานแล้ว

ยังอาจก่อให้เกิดโรคหัวใจได้อีกด้วย



นักวิจัยได้ทำการศึกษาในสตรีอาสาสมัคร 10 คน

โดยให้อาสาสมัครกลุ่มนี้กินอาหารเช้าประเภทเมล็ดธัญพืช (cereal) กับนม ในช่วง

7.00-8.00 น. และกินอาหารมื้อกลางวัน และมื้อเย็นตามปกติ

รวมทั้งกินขนมหวานระหว่างมื้อ เป็นเวลา 2 สัปดาห์

หลังจากนั้นให้อาสาสมัครกลุ่มเดิม งดกินอาหารในช่วงเช้า

โดยเลื่อนเวลาอาหารพวกเมล็ดธัญพืชกับนมมาเป็นมื้อกลางวันแทน

จากนั้นให้กินอาหารอีก 2 มื้อ รวมทั้งขนมหวานระหว่างมื้อเหมือนเดิม พบว่า

การกินอาหารเช้านั้น

จะทำให้ปริมาณแคลอรีที่ได้รับในแต่ละวันนั้นน้อยกว่าการงดกินอาหารเช้า ประมาณ

100 แคลอรี และยังลดปริมาณของโคเลสเตอรอล และตัวพาโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL-C)

ที่นำโคเลสเตอรอลไปสะสมตามเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย



ส่วนน้ำหนักตัวของอาสาสมัครในช่วงที่กินอาหารเช้า

และงดอาหารเช้านั้นจะไม่แตกต่างกัน

ซึ่งอาจเนื่องมาจากงานวิจัยนี้เป็นการทดลองในระยะสั้น เพียง 2

สัปดาห์เท่านั้นจึงไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัวอย่างชัดเจน

แต่จากการวัดปริมาณแคลอรีที่ได้รับในแต่ละวัน และปริมาณโคเลสเตอรอลแล้ว

ทำให้นักวิจัยเชื่อว่า *การงดกินอาหารเช้าเป็นประจำ เป็นเวลานานนั้น

น่าจะส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มจนอาจเกิดภาวะอ้วนได้

นอกจากนั้นยังอาจเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวาน

จากการที่ร่างกายลดการตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินอีกด้วย*



ทีมนักวิจัยวิเคราะห์ว่า การกินอาหารเช้า สำคัญต่อการควบคุมความรู้สึกอยากอาหาร

การตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมนอินซูลิน และกระบวนการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย

โดยอาหารเช้านั้นจะเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายเพื่อนำไปใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ

ในแต่ละวัน จึงลดความรู้สึกหิวที่เป็นอาการบ่งบอกว่าพลังงานในร่างกายเริ่มลดลง

และต้องการพลังงานเสริม เมื่อความหิวลดลง ก็จะทำให้กินอาหารในมื้อถัดไป

หรือของหวานในปริมาณลดลง

รวมทั้งอาจส่งผลให้การหลั่งฮอร์โมนอินซูลินอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะ

ปกติแล้วเมื่อร่างกายต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น

หรือรู้สึกหิวก็จะกระตุ้นการสร้างและการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินเพิ่มขึ้น

เพื่อนำน้ำตาลเข้าเซลล์ แล้วเปลี่ยนไปใช้เป็นพลังงาน

ซึ่งถ้ามีปริมาณของฮอร์โมนอินซูลินมากเกิน เป็นเวลานาน

อาจทำให้การตอบสนองของร่างกายต่อฮอร์โมนอินซูลินลดลง

จนอาจเกิดโรคเบาหวานในที่สุด



ซึ่งทั้งปัจจัยจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ปริมาณโคเลสเตอรอลที่มากขึ้น

และโรคเบาหวานนั้น

ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด จึงเป็นไปได้ว่า

*

การงดกินอาหารเช้าเป็นประจำจึงน่าจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ด้วย

*



*เห็นเช่นนี้แล้ว หลายคนที่ไม่นิยมกินอาหารเช้า ด้วยเหตุผลไม่มีเวลา

หรือต้องการลดน้ำหนัก น่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมหันมากินอาหารเช้ากันดีกว่า

เพราะอาจจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดี

และห่างไกลจากโรคร้ายได้*



*เอกสารอ้างอิง*

*1. American Journal of Clinical Nutrition, February 2005; vol 81: 388-96

2. www.foxnews.com/story/0,2933,147140,00.html*



*ที่มาข้อมูล :*นิตยสาร Health Today

********************************************* 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#8 By (49.230.124.102|49.230.124.102) on 2014-11-16 20:58

big smile

#9 By (49.230.124.102|49.230.124.102) on 2014-11-16 20:58

big smile

#7 By (49.230.124.102|49.230.124.102) on 2014-11-16 20:58

#6 By จีระนันท์ เจริญราษฎร์ (103.7.57.18|1.1.231.227) on 2012-12-06 15:24

#5 By (112.142.84.79) on 2009-12-15 21:51

สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง อาจารย์บอกว่าจะส่งเมล็ดธัญพืช 5 ชนิดให้พร้อมโอสถ รวมพร้อมค่าขนส่ง 3850 ค่ะ พ่อเลี้ยงจะนำเงินไปใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ยากไร้ค่ะ ตอนนี้แม่เราก็กำลังทำตามสูตรนี้อยู่tongue

#4 By ปูก้า (222.123.168.65) on 2009-07-12 22:50

โทรถามพ่อเลี้ยงวรรณ 086 7886222 ว่ายังรับรักษาฟรีหรือไม่ ตอบว่า ทุกอย่างนำเข้า มีค่าใช้จ่าย

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

#3 By จุ๋ม (125.24.75.26) on 2009-07-01 15:26

#2 By (196.218.249.252) on 2009-05-01 23:16

ux64ji09n2w5ai95

#1 By Debby House (196.218.249.252) on 2009-05-01 23:16

Code Here.

Code Here.

Code Here.