สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

กับพระราชกิจจานุกิจของพระองค์ในปีสุดท้าย


http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vikings&month=07-2007&date=14&group=14&gblog=12


The Last Year Of KING TAKSIN THE GREAT
จาก นิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๒๔


อันตัวพ่อ นี้ชื่อ พระยาตาก
ทนทุกข์ยาก กู้ชาติ พระศาสนา
ถวายแผ่นดิน ให้เป็น พุทธบูชา
แก่ศาสดา สมณะ พระพุทธโคดม

ให้ยืนยง คงถ้วน ห้าพันปี
สมณะพราหมณ์ชี ปฏิบัติ ให้พอสม
เจริญสมณะ วิปัสสนา พ่อชื่นชม
ถวายบังคม รอยบาท พระศาสดา

คิดถึงพ่อ พ่ออยู่ คู่กับเจ้า
ชาติของเรา คงอยู่ คู่ศาสนา
พระศาสนา ยืนยงคู่ องค์กษัตรา
พระศาสดา ฝากไว้ ให้คู่กัน


+++++++++++++

พระยามหานุภาพ จินตกวี ผู้หนึ่งในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อคราวโปรดให้ไปในกองราชทูตเจริญพระราชไมตรีครั้งสำคัญกับประเทศจีน ในปีฉลู พ.ศ. ๒๓๒๔ นั้น ได้ประพันธ์กระแสพระราชปรารภในการสร้างพระมหานครไว้ในกลอนนิราสว่าดังนี้

แรกราชดำริตริตรองถวิล
จะเหยียบพื้นปัถพินให้งามสนาม
จะสร้างสรรค์ดั่งสวรรค์ที่เรืองนาม
จึงจะงามมงกุฎอยุธยา

+++++++++++++

The Last Year of King Taksin The Great (01)
ปีสุดท้าย ของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (๐๑)
-- ปรีดา ศรีชลาลัย –

การเริ่มต้นชีวิตเพื่อความแจ่มใสและการใช้ชีวิตให้เป็นคุณแก่ชาติทุกวิถีทาง และทุกโอกาสที่สมควร จนกล่าวได้ว่าเป็นการ ดำรงชีพเพื่อชาติ จริง ๆ เช่นนี้ ก็น่าจะได้รับยกย่องเป็นลักษณะพิเศษ เป็นคติชีวิตที่คนตั้งใจรักชาติทุกคนจะต้องสนใจให้มากที่สุด.

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระผู้กู้ชาติไทยให้พ้นจากความเป็นทาส เป็นยอดนักรบไทย มีพระชนม์ชีพต้องด้วยลักษณะพิเศษดังกล่าวมานั้น พระองค์จึงสามารถกู้ชาติไทยได้ กู้แล้วยังทรงบากบั่นสร้างความมั่นคงให้แก่ชาติไทยอีกอเนกอนันต์ เวลา ๑๔ ปี ก่อนถึงปีสุดท้าย พระองค์มีชีวิตอยู่กับบูรณภาพแห่งชาติไทยเสมอมา.

ชีวิตของพระองค์จึงแน่วแน่อยู่กับการสร้างชาติไทย ไม่ใช่ชีวิตทำลายชาติไทย เมื่อระยะกาลตลอด ๑๔ ปี เต็มไปด้วยการสร้างชาติ ปีที่ ๑๕ จึงไม่มีปัญหาที่ผู้กตัญญูจะชวนคิดไปทางอื่น แม้ว่าปีที่ ๑๕ จะเป็นปีสุดท้ายของพระองค์ ก็เป็นปีที่เปี่ยมไปด้วยพระคุณ ซึ่งชาติไทยยังระลึกอยู่เสมอ จะไม่มีผู้ใดบังอาจกำจัดความกตัญญูของชาติไทยในข้อนี้ได้.

ปีสุดท้ายของพระองค์ คือ ปีฉลู พ.ศ. ๒๓๒๔ พอรุ่งขึ้นปีขาลเพียง ๖ วัน ตรงกับวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ พระองค์ก็ต้องเสด็จสวรรคต เพียบพร้อมด้วยความรักชาติไทยอย่างสูงสุดทรงรักโดยหวังสันติอันยอดเยี่ยมแก่ประชากร เป็นการแสดงพระคุณอันสุดซึ้งครั้งสุดท้าย จนสุดที่จะพรรณาพระคุณให้ครบถ้วนได้.

เป็นที่น่ายินดีว่า พระราชกิจจานุกิจของพระองค์ในปีสุดท้าย ซึ่งมืดมัวอยู่ภายใต้ละลอกแห่งบทความอันกลบเกลื่อนเป็นเวลาช้านานนั้น ได้กระจ่างขึ้น โดยผลแห่งการสอบสวนค้นคว้า จนเป็นที่เข้าใจแจ้งชัดว่า
ความสำคัญแห่งชาติไทยในปีฉลู พ.ศ. ๒๓๒๔ ย่อมขึ้นอยู่ที่พระราชกิจจานุกิจของพระองค์ทุกส่วน เรามองเห็นพระราชกิจจานุกิจเพียงพอ เราก็เข้าใจในความสำคัญแห่งชาติไทยได้ดี เพราะฉะนั้น ความสำคัญแห่งชาติไทยกับพระราชกิจจานุกิจจึงแยกจากกันไม่ได้.

ถ้าจะมองในด้านความดี พระราชกิจจานุกิจ ก็คือพระเดชพระคุณ ซึ่งมีอยู่แก่ชาติไทย แม้จนทุกวันนี้ บรรดาชาวไทยที่รักชาติและทราบพระราชประวัติของพระองค์ถูกต้อง ยังรำลึกถึงพระเดชพระคุณของพระองค์ไม่มีใครยอมลืม ทุกคนรู้สึกว่าสายสกุลของตน ๆ เป็นหนี้บุญคุณพระองค์ท่านมากมาย เพราะยอดเกียรติยศแห่งชีวิต ก็คือความเป็นอิสระพ้นจากความเป็นทาส พระองค์ประทานยอดเกียรติยศให้แก่ชาวไทย โดยช่วยให้พ้นจากความเป็นทาสพม่า และช่วยให้ดำรงชาติเป็นปึกแผ่นมั่นคง เพราะฉะนั้น พระเดชพระคุณของพระองค์ จึงฝังแน่นในจิตใจของชาติไทย นับวันก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้น พระเดชพระคุณยังปรากฎอยู่ตราบใด ก็เป็นที่รับรอง พระราชกิจจานุกิจของพระองค์ อยู่ตราบนั้น พระราชกิจจานุกิจ นี้ก็มิใช่อื่น คือความสำคัญแห่งชาติไทยดังกล่าวแล้ว ชาติไทยกับพระองค์จึงไม่มีทางแยกจากกันได้ ใครบังอาจเหยียบย่ำพระเกียรติยศของพระองค์ก็เท่ากับดูถูกชาติไทยอย่างหนัก ผู้ประพฤติเยี่ยงนี้ ถ้าเป็นคนไทยก็ต้องถูกประณามว่า เป็นคนเนรคุณชาติที่สุด เป็นคนที่ชาติไม่พึงปรารถนาเลย.

----- จบตอนที่ ๐๑ -----

The Last year of KINGTAKSINTHEGREAT (02)

ปีสุดท้าย ของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (๐๒)
-- ปรีดา ศรีชลาลัย --

ปีฉลู พ.ศ. ๒๓๒๔
เป็นปีที่เริ่มต้นด้วยความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน เป็นครั้งใหญ่ และ ครั้งนี้จะเป็นทางนำไปสู่การสร้างมิตรภาพระหว่างไทยกับญี่ปุ่นอีกด้วย ในเมื่อไม่มีเหตุร้ายมาตัดรอนเสีย.

ความจริงไมตรีระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน เคยมีมาแล้วแต่ดึกดำบรรพ์ บางคราวก็ไปมาติดต่อกันเสมอ บางคราวก็ห่างไปบ้าง โดยเฉพาะในสมัยกรุงธนบุรีมีการติดต่อทางพาณิชย์ตลอดมา ไทยกับจีนได้ผลพาณิชย์จากกันและกันอย่างน่าพึงใจที่สุด แต่ผลพาณิชย์ที่ว่ามาเสื่อมสลายเสียเมื่อรัชกาลที่ ๔ กรุงรัตนโกสินทร์ เพราะสัญญาระหว่างไทยกับบางประเทศในยุโรป (ดูสัญญาทางพระราชไมตรี และการค้าขาย พ.ศ. ๒๓๙๘) ตั้งแต่บัดนั้นมา การค้าขายของไทยด้านทะเลก็หายเงียบไป การค้าขายทางบกก็พลอยลดลงตามกัน จนดูเหมือนว่าคนที่ไม่เคยรู้เรื่องการค้าขายของไทย มักเข้าใจผิดว่าไทยค้าขายไม่เป็น หรือไทยไม่ชอบค้าขาย ชาวต่างประเทศเป็นจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้เรื่องเก่า แล้วเข้าใจผิดอย่างที่ว่ามานี้.

แม้คนไทยรุ่นใหม่ที่ลืมเรื่องเก่าของชาติตนเอง หรือยังไม่ทราบดีพอก็มักจะหลงเข้าใจผิดไปบ้าง จนเห็นว่าการค้าขายไม่คู่ควรกับคนไทย แต่เมื่อทราบความจริงครั้งเดิม ๆ มาแล้ว ก็เข้าใจดีและรักการค้าขายขึ้นทุกวัน.

ยังมีอีกข้อหนึ่งที่ควรได้รับการพิจารณา คือว่า เพียงแต่การค้าขายทางราชการทรุดโทรมแล้ว ไม่น่าจะเป็นเหตุตัดหนทางของประชาชนให้หยุดชะงักลงไปด้วย อันที่จริงทางราชการมิได้ห้ามปรามเลย แต่ควรเข้าใจว่าความรู้สึกทั่ว ๆ ไป ย่อมยำเกรงทางราชการมากที่สุด เมื่อทางราชการต้องมาเลิกค้าขายลงเช่นนี้ ก็เป็นช่องทางให้คาดคิดเห็นไปว่าทางราชการไม่ชอบค้า ผู้ที่เป็นหลักฐานโดยมากในสมัยนั้นรับราชการประจำอยู่แทบทุกคน ย่อมจะหวาดเกรงไม่กล้าดำเนินงานค้าให้ใหญ่โต และทางของพ่อค้ากับทางของข้าราชการรุ่นเก่าเดินผิดทำนองกันอยู่บ้าง พ่อค้ามุ่งหาทรัพย์เป็นที่ตั้ง แต่ข้าราชการระวังเรื่องยศ ๆ ศักดิ์ ๆ เป็นกังวลไม่น้อย จึงร่วมทางกันยาก.

จะพูดตรง ๆ ก็คือว่าเป็นทั้งข้าราชการและพ่อค้าพร้อม ๆ กันนั้นไม่ใช่ง่ายนัก ก็ใครเล่าจะกล้าเผชิญกับความยากในข้อนี้.

อีกประการหนึ่งคนฉลาดเฉลียว โดยมากก็มักถูกชักนำให้เข้าอยู่ในวงราชการเสียเป็นพื้น เพราะคำให้พรแบบเก่ามักจะส่งกันว่า ขอให้เป็นเจ้าคนนายคนเถิด และทางที่จะเป็นได้ในสมัยนั้นก็ต้องรับราชการ เพราะฉะนั้น ความสนใจเรื่องการค้าจึงมีเหลือน้อยเต็มที แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของใครโดยเฉพาะหากแต่ชาติไทยต้องรับเคราะห์เปล่า ๆ เท่านั้น.

----- จบตอนที่ ๐๒ -----

The Last year of KINGTAKSINTHEGREAT (03)

ปีสุดท้าย ของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (๐๓)
-- ปรีดา ศรีชลาลัย --

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โปรดให้ราชทูตไปกรุงจีน พร้อมด้วยเรือสำเภาหลวง ๑๑ ลำ บรรทุกสินค้าเต็มทุกลำ มีพระราชสาส์นแสดงพระราชประสงค์ส่งเสริมสัมพันธภาพไปด้วย (ยังมีสำเนาพระราชสาส์นในหอสมุดแห่งชาติ ผู้สนใจตรวจได้เสมอ) กระบวนเรือราชทูตไทยถวายบังคมลาออกไป ณ วันอังคารเดือน ๗ แรม ๑๓ ค่ำ เวลา ๗ นาฬิกา ๑๒ นาที นอกจากเจริญราชสันถวไมตรีเพิ่มเติมให้ยิ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยังมีพระราชประสงค์จะให้ราชทูต จัดซื้อหาเครื่อง ทัพพสัมภาระสำหรับใช้ในการสร้างนครหลวงใหม่ด้วย เหตุใดจึงเพิ่งมาทรงพระราชดำริสร้างพระมหานครในปีที่ ๑๔ จากปีปราบดาภิเษก ข้อนี้เข้าใจไม่ยาก.

การเริ่มต้นของสมัยกรุงธนบุรี เราทราบกันดีแล้วว่าต้องเริ่มต้นด้วยการปราบข้าศึกศัตรูที่เข้ามารุกรานไทย ปราบหนเดียวไม่เสร็จ และไม่ใช่ปราบได้ง่าย ๆ เพราะข้าศึกมีกำลังมาก ทั้งมีเล่ห์เหลี่ยมยอกย้อนหลายอย่างนมนานมา ต้องคอยทำลายกำลังของข้าศึกที่ยกทุ่มเทเข้ามาใหม่ นอกจากนี้ ยังต้องคอยควบคุมพวกแตกรัง คอยชุบย้อมพวกขวัญหนี คอยหากำลังปลูกเลี้ยงประชากรที่สิ้นไร้ไม้ตอก ภาระทุกทางสุมอยู่ที่พระองค์ การแบกภาระอันหนักนี้จะลำบากยากเข็ญเพียงไร บรรดาผู้กตัญญูย่อมรู้สึกได้ดี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพยายามให้ภารกิจลุล่วงไปโดยเร็วที่สุด ภาระเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องทำให้เสร็จก่อน ถ้าไม่สามารถในภาระเช่นนี้ ก็หมายความว่าชาติไทยจะตั้งขึ้นยาก การตั้งชาติไทยจึงเป็นอันเดียวกับการอำนวยภาระหนักเหล่านั้นให้เป็นผลสำคัญแก่บ้านเมือง เมื่อชาติไทยตั้งเป็นหลักมั่นคงแล้ว การสร้างพระนครก็จะสะดวกดี และเป็นศรีสง่าสมแก่ชาติไทยด้วย หากชาติยังอ่อนง่อนแง่น มัวรีบสร้างพระนครให้โอ่โถงเสียก่อน กำลังทางอื่น ๆ ถูกเฉลี่ยมาทุ่มเทลงในการสร้างพระนครหมด ก็ดูเหมือนว่าพระนครนั้นมีแต่ความสวยสดงดงามภายนอก แต่สาระสำคัญส่วนซึ่งเป็นแกนในยังหามั่นคงไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้จะนอนตาหลับได้หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรีบสร้างชาติไทย หมายถึงการสร้างกำลังส่วนสำคัญ ๆ ของบ้านเมืองดังกล่าวแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกำลังทางทหารและการเศรษฐกิจ จนบ้านเมืองแข็งแรงสมบูรณ์สมควรแก่การที่จะสร้างพระมหานครเป็นใจกลางของประเทศแล้ว พระองค์จึงเริ่มทรงพระราชดำริสถาปนาพระมหานคร พระราชอัธยาศัยอันนี้เป็นข้อแสดงให้เห็นชัดว่า ไม่ทรงตื่นราชบัลลังก์ ไม่ทรงกังวลในพระบรมสุขส่วนพระองค์ยิ่งกว่าที่จะจัดการบ้านเมืองให้เจริญยิ่งขึ้น ทรงกังวลแต่จะปลุกให้ไทยตื่นในการสร้างความไพศาลแก่ไทยโดยขะมักเขม้น ใคร ๆ ที่รู้ความจริง จึงหาทางตำหนิพระองค์ในส่วนบกพร่องได้ยาก พระราชปรีชาญาณในการสร้างชาติหลักแหลมลึกซึ้ง พระราชหฤทัยหนักแน่นและโอบอ้อม ความสำเร็จจึงบรรลุมาเป็นขั้น ๆ และนับวันจะสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้น หากไม่มีการตัดรอนพระชนม์ชีพของพระองค์เสีย

----- จบตอนที่ ๐๓ -----

The Last year of KINGTAKSINTHEGREAT (04)

ปีสุดท้าย ของ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหารา