18 มีนา สุขาภิบาลท่าฉลอม

ข่าว สมุทรสาครฉลองครบรอบ 105 ปีสุขาภิบาลท่าฉลอม

 

พร้อมผลักดัน 18 มีนาวันท้องถิ่นไทย

ที่มาhttp://paidoo.net

สมุทรสาครฉลองครบรอบ

105 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม

พร้อมผลักดัน 18 มีนาวันท้องถิ่นไทย

 

วันที่ 2553-08-03 00:00:00 โดย กรมประชาสัมพันธ์ - 42.1004486083984

 

นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยหลังประชุมเตรียมจัดงาน

105 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม พร้อมผลักดัน 18 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันท้องถิ่นไทย ”

เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งสุขาภิบาลท่าฉลอมเป็นแห่งแรก
ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2448 หรือ 105 ปีที่ผ่านมา
 
โดยการจัดจะเน้นความสำคัญสุขาภิบาลท่าฉลอมกับ “ วันท้องถิ่นไทย”
จัดระหว่างวันที่ 17 – 19 มีนาคม 2553 ณ บริเวณถนนถวายและวัดสุทธิวาตวราราม
ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร เป็นการย้อนประวัติศาสตร์
ควบคู่การเชิดชูความสำคัญของรากฐานการปกครองส่วนท้องถิ่น ในระบอบประชาธิปไตย
ภายในงานพบกับการแสดงย้อนยุค มหรสพ ดนตรี ลิเก และ นิทรรศการ
บอกเล่าเรื่องราวและความภาคภูมิใจกับประวัติความเป็นมาของสุขาภิบาลหัวเมือง
แห่งแรกของไทย ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีพระบรมราชโองการ พระราชทานอำนาจและการจัดการแก้ไขปัญหา
บ้านเมืองของตนเอง จนได้รับการพัฒนาและยกระดับเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน
เช่นว่า อบต. เทศบาล และ อบจ.
 
สำหรับรายละเอียดการจัดงาน
วันที่ 17 มีนาคม
เริ่มตั้งแต่เวลา 13.00น.
ชมการนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5
และ ภาพเก่าเล่าเรื่อง
 
ภาคค่ำเริ่ม 18.00 น. ชมการประกวดธิดาสุขาภิบาล
 
วันที่ 18 มีนาคม
ช่วงเช้าเวลา 07.00 น. จะมีการทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง
แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน105 รูป
 
เวลา 09.59 น. ประกอบพิธีถวายราชสักการะ
และกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
ช่วงเย็น ชมการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินแห่งชาติ อาทิ
ชรินทร์ รวงทอง และ ชาลี  อินทรวิจิตร
ตำนานเพลงท่าฉลอม ควบคู่การแสดง แสง สี เสียง
 
การประกวดแต่งกายย้อนยุค
 
ยังไม่พอ ภายในงาน มีการจำหน่ายสินค้า otop
ของดีของเด่นมากมาย
 
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมชมงานนิทรรศการ
“ศุขาภิบาล” จากหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ
เพื่อประกาศความสำคัญสุขาภิบาลท่าฉลอมกับ “ วันท้องถิ่นไทย”
ในวันที่ 18 มีนาคมของทุกปี

 

 
 
 
 

105 ปี ท่าฉลอม สุขาภิบาลหัวเมืองของไทย

 ที่มาhttp://www.bangkok-today.com/node/4659

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2553 19:48 น.
Tags:

เมือง ประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์

เมื่อกล่าวถึงคำขวัญนี้คิดถึงเมืองใดไปไม่ได้เลยนอกจาก จังหวัดสมุทรสาคร

หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า มหาชัย

 

เป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำท่าจีน ห่างจากทะเลเพียง 2 กิโลเมตร

และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 36 กิโลเมตร เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีบันทึก

ไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เมื่อคราวพระเจ้าเสือเสด็จประพาสทางชลมารค

กำเนิดเป็นเรื่องราวของพันท้าย นรสิงห์ผู้จงรักภักดี

ท่องเที่ยวอาทิตย์นี้เราได้รับเกียรติจาก นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

มาเป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาเที่ยวแบบย้อนอดีตท่าฉลอม

 

งานนี้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประเดิมเล่าประวัติท่าจีนให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน

 

เทียบท่า...ท่าจีนจังหวัดนี้เดิมเรียกว่า ท่าจีน เพราะแต่เดิมเป็นตำบลใหญ่อยู่ติดอ่าวไทย

มีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนนำ สำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมาก

จึงเรียกติดปากกลายเป็นตำบล ท่าจีน

 

ต่อมาปี 2091 สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายเมือง

ด้วยมีพระราชประสงค์จะใช้เป็นที่ระดมพลสำหรับสู้รบกับพม่า

บ้านท่าจีน จึงยกฐานะเป็นเมือง สาครบุรี เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านป้องกันศัตรูที่จะมารุกรานทางทะเล

ตั้งแต่นั้นมาจน ถึงสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรี เป็นเมืองสมุทรสาคร

 

ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างสรรค์ความเจริญ ให้แก่ท้องถิ่น

โดยใช้รูปแบบการปกครองแบบสุขาภิบาล

และเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 ได้ทรงมีพระบรมราชโองการ

ให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมเป็นสุขาภิบาล เรียกว่า สุขาภิบาลท่าฉลอม

 

จังหวัดสมุทรสาคร จึงถือได้ว่าสุขาภิบาลท่าฉลอม

เป็นสุขาภิบาลแห่งแรกในหัวเมืองของประเทศไทย

 

เอกลักษณ์ท่าฉลอม เมืองท่าสำคัญในการสัญจรไปมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ท่าฉลอมยังได้ชื่อว่า เป็นตำบลที่มีการเติบโตสูงสุด

อีกทั้งยังรวมวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยไว้เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ความคับคั่งหนาแน่นของผู้คน ทำให้บรรยากาศริมฝั่งตลาดท่าฉลอมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ตลาดท่าฉลอมในสมัยนั้นจึงถือได้ว่า เป็นย่านการค้าที่มีทำเลอันอุดมไปด้วยอาชีพมากหลาย

 

ทั้ง การทำประมง ดองปลา ทำกะปิ และน้ำปลา

ที่นี่จึงมีทั้งตลาดน้ำในยามเช้า และตลาดสดบนบก

รวมถึงมีบ่อน ถั่วโป โรงฝิ่น โรงเหล้า โรงมโหรสพ และวิกลิเก อีกสารพัด

 

ครั้น ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 5 ซึ่งได้พระราชทานดำริในการกระจายอำนาจแก่ท้องถิ่นขึ้น

โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. 116 ขึ้น

 

 

ย้อนวิถีชีวิตชาวท่าจีน ยลวัฒนรรมหลากหลาย


จากการที่ทรงมอบหมายให้ไปศึกษาดูงานการปกครองในแถบประเทศพม่า

มลายู และยุโรป และได้เริ่มนำมาทดลองใช้เพื่อเป็นการศึกษาในกรุงเทพมหานคร

โดยสุขาภิบาลนี้จะทำหน้าที่ทำลายขยะมูลฝอย

จัดเก็บของเสียจากการขับถ่ายของประชาชนทั่วไป

จัดการห้ามมิให้ต่อไปภายหน้ามีการปลูกสร้างหรือซ่อมโรง

เรือนที่จะเป็นเหตุให้เกิดโรค หรือขนย้ายสิ่งของโสโครกและสิ่งรำคาญของมหาชนให้พ้นไปเสีย

 

ตำบลท่าฉลอม จึงถูกยกฐานะเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม

ซึ่งเป็นสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย วันที่ 18 มีนาคม 2448

ต้นแบบการปกครองสุขาภิบาลท่าฉลอม กลายเป็นต้นแ