18 มีนา สุขาภิบาลท่าฉลอม

ข่าว สมุทรสาครฉลองครบรอบ 105 ปีสุขาภิบาลท่าฉลอม

 

พร้อมผลักดัน 18 มีนาวันท้องถิ่นไทย

ที่มาhttp://paidoo.net

สมุทรสาครฉลองครบรอบ

105 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม

พร้อมผลักดัน 18 มีนาวันท้องถิ่นไทย

 

วันที่ 2553-08-03 00:00:00 โดย กรมประชาสัมพันธ์ - 42.1004486083984

 

นายวัลลภ พริ้งพงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยหลังประชุมเตรียมจัดงาน

105 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม พร้อมผลักดัน 18 มีนาคมของทุกปี เป็น “วันท้องถิ่นไทย ”

เพื่อร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีพระบรมราชโองการจัดตั้งสุขาภิบาลท่าฉลอมเป็นแห่งแรก
ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2448 หรือ 105 ปีที่ผ่านมา
 
โดยการจัดจะเน้นความสำคัญสุขาภิบาลท่าฉลอมกับ “ วันท้องถิ่นไทย”
จัดระหว่างวันที่ 17 – 19 มีนาคม 2553 ณ บริเวณถนนถวายและวัดสุทธิวาตวราราม
ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร เป็นการย้อนประวัติศาสตร์
ควบคู่การเชิดชูความสำคัญของรากฐานการปกครองส่วนท้องถิ่น ในระบอบประชาธิปไตย
ภายในงานพบกับการแสดงย้อนยุค มหรสพ ดนตรี ลิเก และ นิทรรศการ
บอกเล่าเรื่องราวและความภาคภูมิใจกับประวัติความเป็นมาของสุขาภิบาลหัวเมือง
แห่งแรกของไทย ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 ที่ทรงมีพระบรมราชโองการ พระราชทานอำนาจและการจัดการแก้ไขปัญหา
บ้านเมืองของตนเอง จนได้รับการพัฒนาและยกระดับเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน
เช่นว่า อบต. เทศบาล และ อบจ.
 
สำหรับรายละเอียดการจัดงาน
วันที่ 17 มีนาคม
เริ่มตั้งแต่เวลา 13.00น.
ชมการนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5
และ ภาพเก่าเล่าเรื่อง
 
ภาคค่ำเริ่ม 18.00 น. ชมการประกวดธิดาสุขาภิบาล
 
วันที่ 18 มีนาคม
ช่วงเช้าเวลา 07.00 น. จะมีการทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง
แด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน105 รูป
 
เวลา 09.59 น. ประกอบพิธีถวายราชสักการะ
และกล่าวสดุดีเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
 
ช่วงเย็น ชมการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินแห่งชาติ อาทิ
ชรินทร์ รวงทอง และ ชาลี  อินทรวิจิตร
ตำนานเพลงท่าฉลอม ควบคู่การแสดง แสง สี เสียง
 
การประกวดแต่งกายย้อนยุค
 
ยังไม่พอ ภายในงาน มีการจำหน่ายสินค้า otop
ของดีของเด่นมากมาย
 
จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมชมงานนิทรรศการ
“ศุขาภิบาล” จากหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ
เพื่อประกาศความสำคัญสุขาภิบาลท่าฉลอมกับ “ วันท้องถิ่นไทย”
ในวันที่ 18 มีนาคมของทุกปี

 

 
 
 
 

105 ปี ท่าฉลอม สุขาภิบาลหัวเมืองของไทย

 ที่มาhttp://www.bangkok-today.com/node/4659

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2553 19:48 น.
Tags:

เมือง ประมง ดงโรงงาน ลานเกษตร เขตประวัติศาสตร์

เมื่อกล่าวถึงคำขวัญนี้คิดถึงเมืองใดไปไม่ได้เลยนอกจาก จังหวัดสมุทรสาคร

หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า มหาชัย

 

เป็นจังหวัดเล็กๆ ตั้งอยู่บนปากแม่น้ำท่าจีน ห่างจากทะเลเพียง 2 กิโลเมตร

และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 36 กิโลเมตร เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีบันทึก

ไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เมื่อคราวพระเจ้าเสือเสด็จประพาสทางชลมารค

กำเนิดเป็นเรื่องราวของพันท้าย นรสิงห์ผู้จงรักภักดี

ท่องเที่ยวอาทิตย์นี้เราได้รับเกียรติจาก นายไพรัตน์ สกลพันธุ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

มาเป็นไกด์กิตติมศักดิ์พาเที่ยวแบบย้อนอดีตท่าฉลอม

 

งานนี้อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประเดิมเล่าประวัติท่าจีนให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน

 

เทียบท่า...ท่าจีนจังหวัดนี้เดิมเรียกว่า ท่าจีน เพราะแต่เดิมเป็นตำบลใหญ่อยู่ติดอ่าวไทย

มีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนนำ สำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมาก

จึงเรียกติดปากกลายเป็นตำบล ท่าจีน

 

ต่อมาปี 2091 สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ โปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายเมือง

ด้วยมีพระราชประสงค์จะใช้เป็นที่ระดมพลสำหรับสู้รบกับพม่า

บ้านท่าจีน จึงยกฐานะเป็นเมือง สาครบุรี เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านป้องกันศัตรูที่จะมารุกรานทางทะเล

ตั้งแต่นั้นมาจน ถึงสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรี เป็นเมืองสมุทรสาคร

 

ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้ทรงมีพระราชดำริที่จะสร้างสรรค์ความเจริญ ให้แก่ท้องถิ่น

โดยใช้รูปแบบการปกครองแบบสุขาภิบาล

และเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2448 ได้ทรงมีพระบรมราชโองการ

ให้ยกฐานะตำบลท่าฉลอมเป็นสุขาภิบาล เรียกว่า สุขาภิบาลท่าฉลอม

 

จังหวัดสมุทรสาคร จึงถือได้ว่าสุขาภิบาลท่าฉลอม

เป็นสุขาภิบาลแห่งแรกในหัวเมืองของประเทศไทย

 

เอกลักษณ์ท่าฉลอม เมืองท่าสำคัญในการสัญจรไปมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ท่าฉลอมยังได้ชื่อว่า เป็นตำบลที่มีการเติบโตสูงสุด

อีกทั้งยังรวมวิถีชีวิตวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทยไว้เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ความคับคั่งหนาแน่นของผู้คน ทำให้บรรยากาศริมฝั่งตลาดท่าฉลอมเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

ตลาดท่าฉลอมในสมัยนั้นจึงถือได้ว่า เป็นย่านการค้าที่มีทำเลอันอุดมไปด้วยอาชีพมากหลาย

 

ทั้ง การทำประมง ดองปลา ทำกะปิ และน้ำปลา

ที่นี่จึงมีทั้งตลาดน้ำในยามเช้า และตลาดสดบนบก

รวมถึงมีบ่อน ถั่วโป โรงฝิ่น โรงเหล้า โรงมโหรสพ และวิกลิเก อีกสารพัด

 

ครั้น ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2440) รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 5 ซึ่งได้พระราชทานดำริในการกระจายอำนาจแก่ท้องถิ่นขึ้น

โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. 116 ขึ้น

 

 

ย้อนวิถีชีวิตชาวท่าจีน ยลวัฒนรรมหลากหลาย


จากการที่ทรงมอบหมายให้ไปศึกษาดูงานการปกครองในแถบประเทศพม่า

มลายู และยุโรป และได้เริ่มนำมาทดลองใช้เพื่อเป็นการศึกษาในกรุงเทพมหานคร

โดยสุขาภิบาลนี้จะทำหน้าที่ทำลายขยะมูลฝอย

จัดเก็บของเสียจากการขับถ่ายของประชาชนทั่วไป

จัดการห้ามมิให้ต่อไปภายหน้ามีการปลูกสร้างหรือซ่อมโรง

เรือนที่จะเป็นเหตุให้เกิดโรค หรือขนย้ายสิ่งของโสโครกและสิ่งรำคาญของมหาชนให้พ้นไปเสีย

 

ตำบลท่าฉลอม จึงถูกยกฐานะเป็นสุขาภิบาลท่าฉลอม

ซึ่งเป็นสุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย วันที่ 18 มีนาคม 2448

ต้นแบบการปกครองสุขาภิบาลท่าฉลอม กลายเป็นต้นแบบการปกครองท้องถิ่นที่สำคัญ

ตามระบอบประชาธิปไตยของเมืองไทย

เมื่อมีการกระจายอำนาจการปกครองให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

 

ความร่วมมือร่วมใจของชาวท่าฉลอมทำให้ท่าฉลอมเป็นเมืองที่มีความสมบูรณ์พรั่งพร้อม

ทั้งระบบสาธารณูปโภค วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ที่สืบทอดต่อกันมา

 

จนถึงวันนี้ วัฒนธรรมประเพณีพื้นถิ่นยังคงแสดงออกถึงพื้นเพแต่ดั้งเดิมของคนท่าฉลอม

ที่มีน้ำใจ รักสะอาด มีคุณธรรม ที่ยังคงเป็นภาพฉายให้ได้เห็นอยู่เสมอมา

ประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 105 ปี ของ ท่าฉลอมก่อเกิดเป็นความภาคภูมิใจ

จาก สุขาภิบาลท่าฉลอมในอดีต ได้ถูกยกฐานะเป็น เทศบาลนครสมุทรสาคร

 

ทว่า ไม่อาจลบความทรงจำและชื่อของ ท่าฉลอม ให้เลือนหายไปได้

ณ วันนี้ ท่าฉลอม กลายเป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่ ที่คราคร่ำไปด้วยโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ

สร้างรายได้แก่ประเทศไทยปีละหลายแสนล้านบาท

 

ตลอดจนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเลือกซื้อสินค้ามากกว่า 3 แสนคนต่อปี

ท่าฉลอมพร้อมใจโอกาสเวียนมาบรรจบครบรอบ 105 ปี สุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกของประเทศไทย

ชาวท่าฉลอมจึงพร้อมใจเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติใน

 

งานครบรอบ 105 ปี สุขาภิบาลท่าฉลอม วันที่ 17-19 มี.ค.53

บริเวณลานพระบมรูป ร.5 ถนนถวาย ตลอดถึงลานหน้าวัดสุทธิตาวราราม ท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร

สำหรับกิจกรรมฉลองครบรอบ 105 ปี ท่าฉลอม

สุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย

เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุ สามเณร จำนวน 100 รูป

บริเวณถนนถวาย

 

ตลอดเส้นทางในช่วงเช้า พิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์

พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในช่วงกลางวัน

 

ไฮไลท์วันที่ 18 มี.ค.53 ผู้ที่มาร่วมงาน จะได้รับสูติบัตรสุขาภิบาลเป็นที่ระลึก

ภายในงานท่านสามารถเลือก ชม ชิม ช้อป อาหารทะเลสดๆ ขึ้นชื่อของชาวท่าฉลอม

 

รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสำคัญอีกหลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นวัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร

พระโพธิสัตว์กวนอิม ศาลเจ้าแม่บ๋วยเนี้ย ป้อมวิเชียรโชฎก

อุทยานประวัติศาสตร์พันท้ายนรสิงห์ ปล่องเหลี่ยม เป็นต้น

 
 
 
อันล่างนี้ข่าวเก่าๆปีที่แล้ว

 

18 มีนา สุขาภิบาลท่าฉลอม
 
 

งานรำลึก18 มีนา สุขาภิบาลท่าฉลอม
วันที่ 17 – 22 มีนาคม 2552
ณ บริเวณถนนถวาย ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรสาคร

สุขาภิบาลท่าฉลอม สุขาภิบางแห่งแรกของประเทศไทย

กิจกรรม
ชมมหากาพย์ท่าฉลอม สายน้ำและความรัก กับ 3 ศิลปิน ชรินทร์ นันทนาคร, ชาลี อินทรวิจิตร และรวงศ์ทอง ทองลั่นทม


เพลิดเพลินกับอาหารทะเลราคาถูก อาทิเช่น เมนูกุ้ง 39 บาท, ข้าวต้มปลากระพง 20 บาท
การออกร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง อาหารทะเลแปรรูป
นิทรรศการประวัติศาสตร์ สุขาภิบาลท่าฉลอม
ชมการประกวดหนูน้อยสุขาภิบาล
และการประกวดภาพถ่ายในอดีต (ท่าฉลอม มหาชัย โกรกกราก)

สอบถามรายละเอียด
เทศบาลนครสมุทรสาคร โทร. 0 3441 1008 และ 0 3441 12008
www.nakornsakhon.com

 

   โดย Sakhon วันที่ตั้งคำถาม : 2009-03-09 20:24:33

 

 

อันนี้ข่าวเก่าๆ

 

สกู๊ป : “103 ปี กำเนิดสุขาภิบาลท่าฉลอม”

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2551 11:22:51 น.
.expanded { width: 620px; z-index: 9999 }
“103 ปี กำเนิดสุขาภิบาลท่าฉลอม”
ปฐมบทแห่งการปกครองท้องถิ่นไทย

“พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำรัสในวันประชุมเสนาบดีภายหลังเสด็จฯ ประพาสเมืองนครเขื่อนขันธ์ ว่าโสโครกเหมือนกับตลาดท่าจีน (ท่าฉลอม) นี่คือจุดพัฒนาจนก่อกำเนิดสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย”

ท่าฉลอม เดิมเป็นตำบลหนึ่งอยู่ในการปกครองของอำเภอเมืองสมุทรสาคร ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำท่าจีนตรงข้ามกับตำบลมหาชัย ซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดสมุทรสาคร ในอดีตการคมนาคมระหว่างตำบลท่าฉลอมกับตำบลมหาชัยมีอยู่ทางเดียว คือต้องนั่งเรือข้ามแม่น้ำท่าจีนซึ่งมีท่าเรืออยู่หน้าเมือง จึงเป็นที่มาของเพลง “ท่าฉลอม” ที่ครูเพลงชาลี อินทรวิจิตร แต่งให้ ชนินทร์ นันทนาคร ร้องจนโด่งดังเป็นเพลงอมตะที่ชาวสมุทรสาครและคนทั่วไปร้องกันได้รู้จักกันดี แต่ปัจจุบันถนนและสะพานตัดข้ามแม่น้ำท่าจีนเชื่อมต่อถนนพระราม 2 ถึงท่าฉลอม จึงทำให้การคมนาคมมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

สุขาภิบาลท่าฉลอม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มีพระบรมราชโองการประกาศจัดตั้งสุขาภิบาลตลาดท่าฉลอม พร้อมกับพระราชทานชื่อถนนว่า “ถนนถวาย” ซึ่งประชาชนชาวตำบลท่าฉลอมได้ร่วมกันสละที่ดินและเงินสร้างไว้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2448 จนถึงวันนี้ก็นับเป็นเวลาได้ 103 ปีแล้ว

ย้อนอดีตไปในปี พ.ศ.2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำริที่จะกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชกำหนดสุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ. (รัตนโกสินทร์ศกที่) 116 ขึ้น ภายหลังที่ทรงส่งคนไปศึกษาดูงานการปกครองในแถบประเทศยุโรป และได้เริ่มทำการทดลองศึกษาขึ้นในกรุงเทพมหานคร สุขาภิบาลนี้ในชั้นต้นให้มีหน้าที่ ทำลายขยะมูลฝอย การจัดเก็บที่ถ่ายอุจจาระ และปัสสาวะของประชาชนคนทั่วไป จัดการห้ามต่อไปภายหน้าอย่าได้ปลูกสร้างหรือซ่อมโรงเรือนที่จะเป็นเหตุให้ เกิดโรค ขนย้ายสิ่งโสโครกและสิ่งรำคาญของมหาชนไปให้พ้นเสีย การบริหารงานของสุขาภิบาลกรุงเทพฯ นี้ ดำเนินการโดยข้าราชการทั้งหมด โดยมีเสนาบดีกระทรวงนครบาลเป็นผู้กำหนด เมื่อพิจารณารูปแบบการปกครองแล้วจึงไม่อาจกล่าวได้ว่า สุขาภิบาลกรุงเทพฯ ร.ศ.116 เป็นการปกครองท้องถิ่น เนื่องจากประชาชนมิได้มีส่วนร่วมแต่อย่างใด เป็นการดำเนินการโดยข้าราชการและใช้จ่ายงบประมาณจากส่วนกลาง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งเสด็จประพาสเมืองนครเขื่อนขันธ์ (เมืองพระประแดง สมุทรปราการ) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ร.ศ.124 ทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพตลาดเมืองนครเขื่อนขันธ์สกปรกมาก และทรงมีพระราชดำรัสในที่ประชุมเสนาบดีว่า “โสโครกเหมือนกับตลาดท่าจีน” (ตลาดท่าฉลอม) จึงเป็นเหตุให้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ร้อนพระทัยมากทรงคิดหาวิธีร่วมกับ พระยาพิไชยสุนทร ผู้ว่าราชการเมืองสมุทรสาคร ทางพระยาพิไชยสุนทรจึงได้เชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพ่อค้าชาวจีนในตลาดท่าฉลอมมาประชุมเพื่อร่วมกันพิจารณาหาทางปรับปรุง แก้ไข ซึ่งได้ข้อสรุปว่าประชาชนและพ่อค้าชาวจีน ยินดีที่จะออกเงินซื้ออิฐปูถนน แต่ขอให้ทางผู้ว่าราชการเมืองเป็นผู้ทำถนน โดยใช้แรงงานนักโทษทำการปรับพื้นดินและเก็บกวาดขยะมูลฝอยขนไปเททิ้งเป็น ครั้งคราว โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้เสด็จออกตรวจดูการดำเนินงานก่อสร้างถนนในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ร.ศ.124 ถนนสายนี้ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ได้เรี่ยไรกันเป็นจำนวนเงิน 5,472 บาท เป็นถนนปูอิฐกว้าง 2 วา ยาว 11 เส้น 14 วา และทรงมีพระดำริว่า ถนนสายนี้เป็นของราษฎรได้ลงทุนเสียสละเงินเป็นจำนวนมาก หากไม่มีแผนรองรับการซ่อมแซมไว้ให้ดีแล้วอาจชำรุดเสียหาย ทรงเห็นเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ภาษีโรงร้านให้เป็นภาษีสำหรับสุขาภิบาล จึงกราบบังคมทูลขอพระราชทานเงินภาษีโรงร้านตลาดท่าฉลอมมาใช้ทำนุบำรุงท้อง ถิ่นในกิจการ 3 ประเภท คือ ซ่อมแซมถนน จุดโคมไฟให้มีแสงสว่างในเวลาค่ำคืน และจัดจ้างคนงานสำหรับกวาดขยะมูลฝอย

ข้อเสนอในการใช้ภาษีโรงร้านนี้ ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2448 จึงนับได้ว่าเป็นวันกำเนิดสุขาภิบาลแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีคณะกรรมบริหารชุดแรกประกอบด้วย 1.หลวงพัฒนาการภักดี กำนันตำบลท่าฉลอม  2.ขุนพิจารณ์นรกิจ 3.ขุนพินิจนรภาร  4.จีนพัก  5.จีนศุข  6.จีนเน่า  7.จีนอู๊ด และ 8.จีนโป๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน จากนั้นในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินมายังเมืองสมุทรสาครโดยทางรถไฟเพื่อทรงเปิด “ถนนถวาย” ที่ประชาชนชาวตำบลท่าฉลอมมีความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันเสียสละเพื่อพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ต่อมาจึงได้ถือเอาวันที่ 18 มีนาคม เป็นวันกำเนิดสุขาภิบาลแห่งแรกของไทย

เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 5 พร้อมรำลึกถึงบุญคุณบรรพบุรุษที่ได้ทำคุณประโยชน์แก่ตำบลท่าฉลอม ทางเทศบาลนครสมุทรสาครจึงได้ร่วมกับจังหวัดสมุทรสาคร จัดงาน “วันสุขาภิบาลท่าฉลอม เฉลิมฉลองครบรอบ 103 ปี” ขึ้น เป็นครั้งที่ 20 ในวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2551 โดยในช่วงเช้าจะมีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่สามเณร จำนวน 100 รูป  และร่วมกันทำความสะอาดถนน  พร้อมทั้งมีพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ณ บริเวณวัดสุทธิวาตวราราม (วัดช่องลม) รวมทั้งมีหน่วยบริการเคลื่อนที่คอยให้บริการ ไม่ว่าจะเป็น การตัดผม การซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า การตรวจสุขภาพฟรี ให้แก่ประชาชนคนตำบลท่าฉลอม โดยการจัดงานในครั้งนี้นั้น จะงดงานรื่นเริงและมหรสพสมโภชต่างๆ เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครได้ร่วมไว้อาลัย 100 วัน แด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ  ทั้งนี้เทศบาลนครสมุทรสาครจะเน้นการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชประวัติและ พระราชกรณียกิจที่สำคัญของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร ให้ร่มเย็นเป็นสุข ทรงโปรดการเสด็จประพาสต้น เพื่อให้ได้ทรงทราบถึงความเป็นอยู่ที่แท้จริงของราษฎร ทรงสนพระทัยในวิชาความรู้ และวิทยาการแขนงต่างๆ อย่างกว้างขวาง และนำมาปรับใช้บริหารประเทศให้เจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว พระองค์จึงได้รับถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระปิยมหาราช  จวบจนกระทั่งปัจจุบัน รวมทั้งยังมีนิทรรศการพระประวัติ พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ และพระเกียรติคุณของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  ให้ผู้มาร่วมงานได้ชมกันอีกด้วย

ถึงแม้ว่าตำบลท่าฉลอมในปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปมากไม่เหมือนกับท่าฉลอมใน อดีต เมื่อ 100 กว่าปีก่อน แต่ “ท่าฉลอม” ก็ยังได้ชื่อว่าเป็น “สุขาภิบาลแห่งแรก ปฐมบทแห่งการปกครองท้องถิ่นไทย”

 

 

 

 

edit @ 15 Mar 2010 14:01:22 by titinune :X

edit @ 15 Mar 2010 14:24:48 by titinune :X

Comment

Comment:

Tweet

Code Here.

Code Here.

Code Here.