joke

ความสุข 1

เมื่ออ้อดอายุได้ 14 ปี ต้องเตรียมสอบขึ้น ม.ปลาย
พ่อแม่และคุณครู ต่างแนะนำให้อ้อด หยุดเล่นฟุตบอลในตอนเย็น
และวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่อจะได้อยู่บ้านและใช้เวลา
กับการทำการบ้าน เค้าอธิบายว่าถ้า อ้อดสอบได้คะแนนดี
อ้อดก็จะมีความสุข



อ้อด เชื่อคำแนะนำ อ้อดสอบได้ดี แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อ้อด
มีความสุข แต่ความสำเร็จนั้นกลับทำให้อ้อดต้องเรียนหนักขึ้นไปอีก 3 ปี



เมื่อถึงการสอบเข้ามหาลัย พ่อแม่และคุณครู แนะนำไม่ให้ออกไปเที่ยว
ยามค่ำคืน และวันเสาร์อาทิตย์ และไม่ให้ไล่จีบผู้หญิง แต่ให้อยู่บ้าน
เพื่อท่องหนังสือและบอกกลับอ้อดว่า ถ้าอ้อดสอบได้คะแนนดีดี
อ้อดจะมีความสุข



อีกครั้งที่อ้อด เชื่อคำแนะนำ และสอบได้คะแนนดี และอีกครั้งเช่นกันที่
มันไม่ได้ทำให้อ้อดมีความสุขเท่าไหร่ เพราะอ้อดพบว่า
ตัวเองต้องเรียนหนักที่สุด
อีกตลอด 4 ปีที่แสนจะยาวนาน เพื่อให้ได้ปริญญาจากมหาวิทยาลัย
คราวนี้ พ่อแม่และอาจารย์ ต่างก็แนะนำอ้อดให้อยู่ห่างจาก
ร้านเหล้า ผับ บาร์ต่างๆ
เพื่อจะได้มีเวลาเต็มที่กับการเรียน เค้าบอกกับอ้อดว่า
ปริญญาจากมหาวิทยาลัยสำคัญมาก ถ้าอ้อดได้มา
อ้อดจะมีความสุข



..... มาถึงตรงนี้ อ้อดเริ่มสงสัยแล้วว่า
อ้อดเห็นรุ่นพี่บางคนเรียนหนัก และได้ปริญญา
เดี๋ยวนี้เค้าต้องทำงานแลกอย่างหนัก
เพื่อให้เงินมากพอซื้อของที่จำเป็น เช่นรถ เค้าบอกกับอ้อดว่า
' เมื่อพี่มีรถยนต์ พี่จะมีความสุข '



แต่เมื่อพี่คนนั้นหาเงินได้มากพอที่จะซื้อรถยนต์คันแรกได้
เขาก็ยังไม่มีความสุขอยู่ดี
พี่เค้าเริ่มทำงานหนักขึ้นเพื่อซื้อของอื่นๆ ที่จะทำให้เค้ามีความสุข
หรือเค้าก็กำลังสับสนวุ่นวายกลับความรัก พยามยามตามหาคนที่ใช่
และบอกกับอ้อดว่า ' ถ้าพี่ได้แต่งงาน กับคนที่ใช่พี่จะมีความสุข '



เมื่อแต่งงานแล้ว เค้าก็ยังไม่มีความสุข เค้าต้องทำงานหนักกว่าเดิม
รับงานพิเศษมากขึ้น เพื่อเก็บเงินไว้สำหรับบ้านสักหลัง และบอกกับอ้อดว่า
' ถ้าพี่มีบ้านของตัวเองเมื่อไหร่ พี่จะมีความสุข '



และแล้ว เรื่องน่าเสียใจก็เกิดตามมา ค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้านสักหลัง
มันหนักหนามาก ทำให้พวกเค้าไม่ถึงความสุขสักที และยิ่งไปกว่านั้น
เค้ามีครอบครัว มีลูกต้องดูแล ที่จะตื่นมากลางดึก เงินเก็บที่มีมาก็หมดไป
เพิ่มความกังวลมากมายให้กับเค้า คราวนี้คงจะเป็นอีก 20 ปีที่เค้าจะทำ
อะไรได้อย่างที่เค้าต้องการ เค้าจึงบอกอ้อดว่า
' เมื่อไหร่ที่ลูกๆโตพอที่จะออกไปตั้งตัวได้ เมื่อนั้นแหละเค้าจะมีความสุข '



กว่าลูกๆ จะโต เค้าก็คงปลดเกษียณ ต้องเลื่อนเวลาของความสุข ออกไป
เขาต้องทำงานหนักเพื่ออดออมไว้ยามแก่ เค้าบอกกับอ้อด ว่า
' เกษียณเมื่อไหร่ จะได้มีความสุขสักที '



และหลังจากนั้น เมื่อเค้าเกษียณ เค้าเริ่มเข้าวัด ฟังธรรม ทำให้อ้อดสงสัย
ว่าทำไมคนแก่ๆ ถึงชอบมาที่วัดกัน และคำตอบที่อ้อด ได้ฟังก็คือ
' เพราะว่าตายไปแล้วจะได้มีความสุข '


คนเล่าเรื่อง Joon
วันที่ 25-10-2008 ตอน 08:16 น.

 http://www.bugjoon.com/story.php?id_str=262

 

 

ความสุข 2





ในหมู่บ้านชาวประมงที่เงียบสงบแห่งหนึ่งในเม็กซิโก

ชายอเมริกันคนหนึ่งเดินทางเข้ามาพักผ่อนอยู่ที่หมู่บ้านนี้

เค้าเฝ้าดูชาวประมงคนหนึ่งขนปลาที่จับได้เช้าวันนั้น

ชายอเมริกันเป็นโปรเฟสเซอร์ที่ประสบความสำเร็จสูง

เค้าเป็นอาจารย์ที่มหาลัยชื่อดังของโลก เขาจึงอดไม่ได้

ที่จะแนะนำแก่ชาวประมงเล็กน้อย





' นี่นาย! ทำไมนายถึงเลิกจับปลาแต่เช้าอย่างงี้ละ '





' เพราะผมจับปลาได้เพียงพอแล้วซิคับ ' ชาวประมงตอบอย่างอารมณ์ดี





' พอเพียงที่จะเป็นอาหารของครอบครัวและก็เหลืออีกเล็กน้อยไว้ขายด้วย

เดี๋ยวผมก็จะไปกินข้าวกลางวันกับลูกเมียผม แล้วก็งีบสักหน่อย

ตื่นมาเล่นกับลูกๆ หลังอาหารเย็นผมก้อไปร้านเหล้าดื่มเตกีล่าสักหน่อย

เล่นกีตาร์กับเพื่อนๆ มันก็พอเพียงสำหรับผมแล้วคับ '







' นี่ สหาย ฟังผมนะ ' โปรเฟสเซอร์กล่าว



' ถ้านายอยู่ที่ทะเลจนถึงบ่ายแก่ๆ นายจะได้ปลามากขึ้นเป็นสองเท่าอย่างสบายๆ

นายขายปลาจากที่กินกับครอบครัว รวบรวมเงินสักหกเดือน หรือเก้าเดือน

นายก็จะสามารถซื้อเรื่อที่ใหญ่กว่า ดีกว่าลำนี้ได้ และจ้างลูกจ้างได้ด้วย ทีนี้

นายจะสามารถหาปลาได้มากขึ้นเป็นสี่เท่า คิดดูสิ นายจะหาเงินได้มากแค่ไหน





ใน 1- 2 ปี

ถ้านายทำตามแผนธุรกิจนี้นะ ภายใน 6-7 ปี นายจะได้เป็นเจ้าของกองเรือประมงขนาดใหญ่ น่าภูมิใจมั๊ยล่ะ ลองวาดภาพดู





หลังจากนั้นนายก็ย้ายสำนักงานใหญ่เข้าสู่เม็กซิโกซิตี้

จากนั้น 3-4 ปี นายก็เอาบริษัทเข้าตลาดหุ้น ตั้งตัวเป็น CEO รับเงินเดือน

พร้อมผลตอบแทน





แล้วอีกไม่กี่ปี ฟังให้ดีนะ ! นายก็เริ่มงานแผนซื้อหุ้นคืน

ซึ่งจะทำให้นายกลายเป็นอภิมหาเศรษฐี !





ผมรับประกัน! ผมน่ะเป็น โปรเฟสเซอร์ด้านนี้นะ ผมรู้เรื่องพวกนี้ดี







ชายประมงตั้งใจฟังทุกอย่างที่ชาวอเมริกันพูด

เมื่อโปรเฟสเซอร์พูดจบ เค้าจึงถามขึ้นว่า





' โปรเฟสเซอร์ครับ แล้วผมจะเอาเงินหลายล้านดอลล่าร์ไปทำอะไรล่ะครับ '







เป็นเรื่องน่าแปลกยิ่ง ที่โปรเฟสเซอร์ไม่เคยได้คิดแผนธุรกิจไกลขนาดนั้น

ดังนั้นเค้าจึงเริ่มคิด แล้วบอกกับชาวประมงว่า





' สหาย! เมื่อมีเงินมากมายขนาดนั้น นายก็เลิกทำงาน ใช่ๆ เลิกทำงาน

ตลอดชีวิตเลยนะ แล้วก็ซื้อวิลล่าเล็กๆ สักหลัง ในหมู่บ้านที่งามราวกับภาพวาด เช่นหมู่บ้านนี้

แล้วซื้อเรือลำเล็กๆสักลำ ไว้ออกตกปลาตอนเช้า

กลับมากินข้าวกลางวันกับลูกเมียได้ทุกวัน

แล้วก็งีบตอนบ่ายสักหน่อย ไม่มีอะไรต้องกังวล

ตื่นมาใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับลูกๆ ของนาย

หลังอาหารเย็นก็ออกไปเล่นกีตาร์กับเพื่อนๆที่ร้านเหล้า

ดื่มเตกีล่าสักหน่อย ใช่แล้วเพื่อนเอ๋ย

นายก็เลิกทำงานแล้วก็ใช้ชีวิตให้สบายไปเลย '







' แต่โปรเฟสเซอร์ครับ..... ' หนุ่มชาวประมงพูดขึ้น







' ผมกำลังทำทุกอย่างที่ว่านั่นแล้วนี่คับ '





คนเล่าเรื่อง Joon

วันที่ 25-10-2008 ตอน 08:22 น.

http://www.bugjoon.com/story.php?id_str=263

 

เรื่องกวนๆของอัตราส่วน

ของโครโมโซม x( ผู้หญิง) และโครโมโซม y( ผู้ชาย)

ตามหลักคณิตศาสตร์ ตรรกศาสตร์ วิทยาศาสตร์ พันธุกรรมศาสตร์...
พบว่าอัตราส่วนของโครโมโซม x( ผู้หญิง) และโครโมโซม y( ผู้ชาย)
มีอัตราส่วนเท่ากับ 4 ต่อ 1 คือโอกาสที่ผู้ชายจะเกิดมา 1 คนเท่ากับอัตราส่วนการเกิดของหญิง 4 คน
จะได้ว่าอัตราส่วนชาย:หญิง= 1:4
คิดง่ายๆก็คือชาย 1 คนจะมีแฟนได้ 4 คน ........

แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะ 1 ใน 4 ของผู้ชายจะเป็นกะเทย
อีก 1 ใน 4 ของผู้ชายจะเป็นเกย์
อีก 1 ใน 4 ของผู้ชายจะเป็นคนรักเดียวใจเดียว
และ อีก 1 ใน 4 ของผู้ชายจะเป็นคนเจ้าชู้
ดังนั้นผู้ชายเจ้าชู้จะมีแฟนได้ =
4 คน(จากส่วนของตัวเอง)
+4 คน(จากส่วนที่มันเป็นเกย์)
+3 คน(จากส่วนที่เหลือของผู้ชายรักเดียวใจเดียว)
และ + 4 คน(จากส่วนที่มันเป็นกะเทย)

= 4+4+3+4=15 คน ผู้ชายเจ้าชู้จะมีแฟนได้ 15 คน

ด้วยเหตุผลที่เกิดจากจำนวนผู้หญิงมากกว่าชาย
และความไม่ปกติของผู้ชายด้วยกันเอง

ดังนั้นหากสาวๆจับได้ว่าแฟนตัวเองมีแฟนอีก 3 คน จึงถือเป็นเรื่องปกติ ควรปรองดองกันไว้

(ผม) ^ ^ ฮิ๊ววววววววววววววว


นิสัย กิ๊ว กิ๊ว... ของผู้หญิง
20 นิสัย กิ๊ว กิ๊ว... ของผู้หญิง
By : _-OopoO-_ Date : 19 Feb 2005 12:24


1. บ้าดูดวง...ถึงจะรู้ว่างมงายก็เหอะ

2. ต่อมน้ำตาตื้น...แค่หนังซึ้ง ๆ เพลงเศร้า ๆ
..น้ำตาก็ทะลักออกมาได้ ไม่ยากเย็น

3. ติดละครซะเหลือเกิน....ละครโปรดมาเมื่อไหร่
นั่งติดทีวี ไม่ไปไหนเลย

4. ปากก็บอกว่า รักเขาคนเดียว
แต่ก็ชอบแอบปิ๊งคนอื่นอยู่เรื่อย ๆ เลยเชียว

5. นัดปาร์ตี้กับเพื่อนฝูงทีไร เม้าท์แตกลืมโลก
ลืมแฟนได้ทันที

6. กับเขาคนนั้นนะ...ห้ามไปซะหมด ห้ามซื้อโน่น นี่
แต่กะตัวเองสิ เต็มที่ทุกอย่าง

7. ใจลอยอยู่เสมอ ๆ ขับรถไปไหนต่อไหน
ไม่ผิดกฏจราจรก็ต้องหลงทาง

8. เจออาหารจานโปรดเมื่อไหร่
ไม่รู้กริยาหญิงหายไปไหน...ไดอ่ง ไดเอ็ท ไม่สนแล้ว

9. ชอบใช้มารยาหญิง เอาตัวรอด

10. เรื่องนินทา...ขอให้บอกเถอะ...ชอบม๊าาาากกกกกกกกก

11. แกล้งทำตัวเป็นสาวบอบบาง...อยากให้เขาทะนุถนอม

12. ชอบคุ้ยเรื่องเก่าๆ ของคนอื่นมาต่อว่า
ทุกครั้งที่ขัดใจกัน

13. เจอหนุ่ม ๆ เด็ก ๆ ทีไหร่ ก็ชอบหลอกอายุตัวเองทุกที

14. เห็นของลดราคาเป็นไม่ได้ เหมือนมีแม่เหล็กมาดูด

15. เอาแต่ใจเป็นที่สุด โดยเฉพาะกับคนพิเศษ โดนขัดใจทีไร
กวนโมโหทุกที

16. ขี้หึงได้ทุกสถานการณ์

17. กรี๊ดกร๊าด วี๊ดว๊าย กระตู้วู้
เรียกร้องความสนใจให้เสียงดังเกินเหตุโดยไม่จำเป็น

18. บ้าดารานักร้อง ซื้อเทป ซื้อซีดี
อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ...ทุ่มสุด ๆ
เท่าไหร่เท่ากันเลย

19. เมื่อไหร่ที่อยากอยู่คนเดียวนะ...อย่าได้มายุ่งมาตอแยเชียว

20. ถึงจะเป็นกุลสตรียังงัยก็เหอะ
เวลาเจอภาพนู้ดก็ชอบแอบดูเหมือนกัน